SGL Fiction :: [One Shot] :.: Paranoid :.:
posted on 21 May 2012 19:36 by iloveparkyoochun in FictionOne Shot : Paranoid
Couple : Duo
Rate : G
Note : It's just a fiction about someone in somewhere.
ใจ...จะไหวหวั่น เป็นเหมือนกัน อ่อนแอเหมือนฉันบ้างไหม?
.
.
.
โกรธกันอีกแล้วสินะ...
"เฮ้อ..."
เสียง ผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายจากเจ้านายคนดี ดูเหมือนจะรบกวนการพักผ่อนของแมวตัวเขื่องที่กำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาจน ต้องบิดขี้เกียจเล็กๆ ก่อนจะหันมาส่งค้อนใส่กัน มือเรียวขาวเอื้อมไปลากเจ้าเหมียวตัวโปรดให้ขึ้นมานอนบนตัก ทั้งยังลูบหลังเกาคางให้อย่างเอาใจเพื่อขอลุแก่โทษที่บังอาจทำลายช่วงเวลา แสนเพลินของลูกรัก
ใบหน้าหวานงอง้ำเมื่อคิดไปถึง เรื่องราวเมื่อวานที่ทำให้เขากับใครอีกคนต้องทะเลาะกันอย่างไร้สาระ รูปข่าวที่ขยันจะมีมาให้แยงลูกตาแถมยังแทงใจคนอ่อนไหวอย่างเขา ไอ้เจ้าตัวก็ไม่เคยจะระวังอะไรเลย ทำเอาเขาเผลอพูดประชดเหน็บไปซะหลายดอก จนโดนเบรกด้วยประโยคที่ว่า...
'รอให้อารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนดีไหม แล้วค่อยมาพูดเรื่องนี้กันอีกที'
อยาก บอกใจแทบขาด แค่ทำหน้าตาสลดสักนิดแล้วเอ่ยคำขอโทษด้วยอาการสำนึกผิด เขาก็พร้อมจะยกประโยชน์ให้จำเลยได้โดยง่าย แต่มีอย่างที่ไหนมาบอกเหมือนเขาผิดซะเต็มประดาที่ประชดไม่เข้าท่าใส่
มือ เรียวปัดปอยผมไปทัดหูอย่างลวกๆด้วยแรงอารมณ์ที่กรุ่นขึ้นมา ร่างบางลุกพรวดจนเจ้าดาวดาวเกือบจะกลิ้งหลุนๆไปกับพื้น ยังดีที่แมวอ้วนฝึกวิชาตัวเบามาเลยกระโดดแผล็วหายลับไปทางหลังบ้าน ความร้อนที่เห่อขึ้นหน้าเรียกร้องให้ต้องเดินมาเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรแก้ อาการ หยิบขวดน้ำเย็นได้ก็จับกระแทกลงบนเคาเตอร์จนน้ำแทบกระฉอกออกจากภาชนะ
เรื่อง ข่าวเมื่อวานเป็นชนวนเริ่มต้นก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้ระบบความคิดในหัวกลมต้องระเบิดบึ้มก็เพราะไอ้ประโยคบอกเล่า เชิงถามความเห็น(?) ของคู่หูบังเกิดเกล้าเมื่อคืนนี้ต่างหากล่ะ
'พรุ่งนี้บ่ายขอออกไปธุระกับน้องนะ พอดีน้องโทรมาชวนให้ไปเป็นเพื่อนน่ะ'
"เฮอะ!! จริงๆก็อยากไปอยู่แล้วเถอะ จะมาถามทำไมกัน!!"
มือ เรียวจับกระแทกขวดน้ำกับเคาเตอร์อีกครั้งโดยแรง น้ำเย็นๆกระฉอกออกมารดเสื้อยืดที่กำลังใส่อยู่จนเปียกเป็นวงกว้าง เจ้าตัวถึงกับจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อพบว่าตนเองคงต้องไปเปลี่ยนเสื้อโดยพลัน ถ้าไม่อยากเป็นหวัดให้เซ็งหนักกว่าเดิม ดูเหมือนอะไรๆก็ไม่เป็นใจให้เขาเลยสักอย่างสินะ
ย้ายมวลสารมา อยู่หน้าตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่เพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ แต่ด้วยความหงุดหงิดสายตาคมจึงกวาดมองตุ๊กตากระต่ายขนาดกลางสีชมพูอ่อนที่ นอนแผ่อยู่บนเตียงก่อนจะคว้าจับขึ้นมาโดยแรง แก้วตาใสที่บัดนี้กลับขุ่นมัวจ้องมองใบหน้าของตุ๊กตาพร้อมกับอาการหอบหายใจ เข้าออกอย่างหน่วงหนักรุนแรง ใจอยากจะระบายอารมณ์ใส่สิ่งของในมือให้เต็มที่ แต่ก็ปัดความคิดชั่ววูบนั้นทิ้งไปเมื่อสำนึกด้านดียังพอมีอยู่ มือขาวจัดการวางเจ้าตัวนุ่มไว้ตามเดิมแล้วเริ่มหาเสื้ออย่างที่ตั้งใจ
"ไหนๆก็อารมณ์ไม่ดีแล้ว...ออกไปหาของหวานกระแทกปากดีกว่า"
ให้มันได้อย่างนี้สิ...อ้วนก็ไม่กลัวแล้ว!!!
> -------------------- *-* Paranoid *-* ----------------------
ช้อน เงินคันเล็กค่อยๆปาดเค้กแบล็คฟลอเรสแบบไม่ตั้งใจนัก ก่อนจะค้างเอากลางอากาศเมื่อเจ้าของมือเรียวเอาแต่เหม่อมองอะไรสักอย่างที่ คล้ายว่าจะไม่ได้อยู่ตรงหน้า จุดโฟกัสของสายตาไม่คงที่เพราะความรู้สึกนึกคิดมันลอยไปไกลเกินกว่าเจ้าตัว จะทันคว้าจับไว้
...ตอนนี้คงกำลังขับรถไปรับน้องสินะ
ถอน หายใจสวยๆไปหนึ่งเฮือกก่อนจะส่งเนื้อเค้กบนช้อนเข้าปาก รสหวานปนขมของช็อคโกแล็ตชั้นดีช่วยกระตุ้นสารเอ็นโดรฟีนได้เพียงเล็กน้อย เท่านั้น เหตุจากอารมณ์ขุ่นมัวเกินไป จากของที่เคยอร่อยลิ้นกลับกลายเป็นของไม่โปรดไปซะนี่ มือเรียวถือจับช้อนเงินค้างไว้อย่างนั้น ก่อนความคิดจะย้อนกลับไปเมื่อตอนที่คนคุ้นเคยพามาชิมเค้กร้านนี้ด้วยกัน
'ลองกินสิ แบล็คฟลอเรสของที่นี่อร่อยนะ'
'ไม่อ่ะ...ช่วงนี้น้ำหนักขึ้น แก้มย้วยแล้ว'
'ใครว่าอะไรให้เคือง อย่างนายเนี่ยนะอ้วน'
'ใช่ เราแอบได้ยินแฟนคลับบางคนเม้าเรา'
'เหรอ แต่เราไม่คิดอย่างนั้นนะ...'
ทอดเสียงอ่อนก่อนจะเอื้อมมือใหญ่มาแตะแก้มขาวเบาเบาพอให้ขึ้นสี แล้วเอ่ยคำที่ตั้งใจทิ้งช่วงไว้ในตอนแรก
'เราชอบ...ที่ซินเป็นซินแบบนี้'
'กินก็ได้ ไม่เห็นต้องแกล้งกันเลยนี่'
กริ๊ง!!
เสียงกระดิ่ง ประตูร้านดังขึ้นตัดห้วงความคิดจากอดีตให้กลับมาสู่โลกปัจจุบัน โลก...ที่มีแต่ตัวเขานั่งอยู่ในร้านเค้กร้านเดิม...คนเดียว มือที่จับช้อนเริ่มเกร็งมากขึ้นเมื่อนึกได้ว่าตัวเองยังคงเอาแต่คิดไปถึงใคร อีกคนตลอดเวลา
"เชอะ!! ไม่มีนาย เค้กก็ยังอร่อยอยู่ดีนั่นล่ะ ใครเค้าสนกัน!!"
เริ่ม จ้วงเค้กเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ของนักร้องอย่าง ที่เคยทำ ใช่สิ...ในเมื่อเค้กร้านนี้มันอร่อยนัก ก็จะกวาดกินมันให้หมดทั้งเชลฟ์เลย ให้รู้กันไปเลยว่านายลั๊ลลาได้...ฉันก็มีความสุขในแบบของฉันได้เหมือนกัน!!
"พี่ครับ ขอเค้กในร้านมาอย่างละหนึ่งชิ้นครับ!!"
.
.
.
บ่ายสามโมงครึ่ง ณ สวนสันติชัยปราการ
เมื่อ รู้สึกว่าอากาศมันร้อนจนลามไปถึงตับม้ามไตยันขั้วหัวใจ คนผมยาวอารมณ์ติสจึงเลือกที่จะมานั่งหลบร้อนที่สวนกลางเมืองติดริมแม่น้ำ เผื่อว่าความร่มรื่นจากต้นไม้และไอเย็นจากผืนน้ำจะช่วยดับอาการร้อนใจร้อน กายที่มีอยู่ให้ลดระดับลงบ้าง ผมยาวหยักโศกระริกไหวล้อลมเมื่อเจ้าของไม่ได้รวบมัดไว้อย่างที่เคย ดวงตากลมไร้แว่นกันแดดบดบังกำลังทอดมองวิวมุมกว้างริมแม่น้ำฝั่งตรงข้าม ถึงแม้จะมีผู้คนเดินผ่านไปมาแถวนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะมีใครจำนักร้องเฉพาะกลุ่มอย่างเขาได้มากนัก จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเดินเข้ามารบกวนช่วงเวลาไม่เป็นใจของเขา
คน ตัวบางนั่งมือเท้าคางอยู่บนบันไดริมตลิ่ง เปลือกตาพริ้มหลับเลือกรับเอาแต่สายลมเย็นพัดมาให้ชื่นใจ สูดอากาศเข้าปอดลึกๆก่อนผ่อนออกอย่างคลายอารมณ์ การได้มานั่งในที่สงบอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนความคิดน่าจะเป็นอะไรที่ดีในยาม จิตใจว้าวุ่น
แต่แค่เพียงลืมตาขึ้นพิจารณาต้นลำพูที่ยืนต้นเดียวดายอยู่ริมฝั่งตรงหน้าก็ให้คิด
อยู่ตรงนี้อย่างเดียวดายมานาน จะเหงามากมั้ยนะ...เจ้าต้นลำพู
โฟกัสสายตาเริ่มกลายเป็นระยะอนันต์เมื่อใจเริ่มไม่นิ่ง และคิดไปถึงใครที่เคยคุ้นอีกครั้ง
"คงจะเดินเล่นกันสนุกอยู่สินะ..."
เอ่ย ประชดตัวเองให้เจ็บเล่นๆ มือบางควานหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารประตัวออกมาดู แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของสายเรียกเข้าหรือข้อความที่รอคอย แก้วตาใสเริ่มหม่นแสง หยดน้ำร้อนเริ่มเกาะปริ่มที่ขอบตา
ทำไมนะ ทั้งที่ไม่ชอบไปเดินซื้อของแท้ๆ แต่กลับขอไปกับคนอื่น
ทำไมนะ ทั้งที่มีเวลาว่างแท้ๆ แต่กลับเอาเวลาไปให้ใครอีกคน
ทำไมนะ อยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ไกล พออยู่ไกล...ก็เหมือนอยู่กันคนละโลก
ทำไมนะ...ทำไมกัน
ใบ หน้าหวานซุกซบลงกับอ้อมแขนของตัวเอง ไหล่บางสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นแต่กลับไร้ซึ่งเสียงใดๆ เพราะเจ้าตัวกัดริมฝีปากนั้นไว้ไม่ให้ใครต้องมาได้ยินความอ่อนแอในยามนี้
อยู่คนเดียวก็กอดตัวเองได้...ใครเขาสนกัน
> -------------------- *-* Paranoid *-* ----------------------
เวลาเย็นย่ำมาเยือน ก็คงต้องถึงเวลากลับบ้านสักที
รถ บีเทิ่ลสีเทาคันน่ารักกำลังแล่นฉิวอยู่บนทางด่วนสายหนึ่งด้วยความเร็วแปดสิบ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเหตุที่เป็นคนไม่ค่อยชำนาญเส้นทางสักเท่าไหร่ เจ้าตัวจึงเลือกที่จะใช้ความเร็วในระดับมาตรฐานพร้อมกับเปิด GPS นำทางเพื่อกลับให้ถึงบ้าน
หลังจากที่ได้ไปนั่งปล่อย อารมณ์และระบายความอัดอั้นที่มีมาทั้งวันแล้ว ความคิดที่สับสนในหัวสวยก็กลับมาจัดระเบียบเรียงตัวได้อีกครั้ง มือบางเลื่อนไปกดปุ่มเปิดเพลงในรถเพิ่มความสุนทรีย์ให้ชีวิต ปากอิ่มฮัมตามเพลงที่ได้ยิน ก่อนจะค่อยๆเลื่อนเปิดกระจกรถทางด้านคนขับลงเพื่อรับลมอย่างที่ไม่เคยทำมา ก่อน
อยู่คนเดียว...ก็มีข้อดีเหมือนกันสินะ
คนหน้างอเริ่มมีรอยยิ้มแตะแต้มขึ้นมาบ้าง ถ้าไม่ใช่เพราะมีเสียงบางเสียงขัดขึ้นมาให้ต้องชะงักรอยยิ้มไว้เพียงครึ่ง
"ระบบ GPS ขัดข้อง โปรดกำหนดพิกัดใหม่อีกครั้ง"
แล้ว...กรูอยู่ส่วนไหนของโลกฟระเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!
.
.
.
"ป๊า...พอ ดีเครื่อง GPS มันเสียอ่ะครับ ตอนนี้เหรอ...พอดีหาทางลงทางด่วนมาก่อนอ่ะครับ เพราะซินไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหน กลัวจะหลงไปมากกว่านี้ ใกล้ที่ไหนเหรอครับ เอ่อ....เหมือนจะมีบริษัทเคมีอะไรซักอย่างใกล้ๆนี่อ่ะครับ แถวนี้ไม่ค่อยมีคนเดินเลยอ่ะครับ ดูเปลี่ยวๆด้วยอ่ะ ไม่มีปั๊มด้วย ซินไม่กล้าถามใครเลยครับ โอเคครับป๊า ให้ซินรอในรถใช่มั้ยครับ ครับ...ครับ...สวัสดีครับ"
"เฮ้อ!!!"
ให้ มันได้อย่างนี้สิ โดนทิ้ง กินเค้ก นั่งเอกเขนก ร้องไห้ตาบวม แถมยังต้องมาหลงทางตอนจะกลับบ้านเนี่ยนะ ตกม้าตายชัดๆ นี่มันวันอะไรของเขากัน!!! คิดแล้วก็ให้หงุดหงิดจนแทบจะขว้างเจ้าเครื่องนำทางตัวดีให้พ้นขอบข่ายสายตา กะจะเอาหัวโขกพวงมาลัยซักหน่อยก็กลัวว่าจะพลั้งไปโดนแตรจนเสียงดังรบกวนชาว บ้าน เลยจัดการเขกกระโหลกตัวเองไปซักทีสองทีพอให้หายโง่
ง่าวแท้...เจ้าเด็กหลงทาง
ยิ้ม เยาะให้กับความไม่เอาไหนของตัวเอง ไหนว่าทำอะไรด้วยตัวคนเดียวก็ได้ไงล่ะ เหอะ!! ขับรถกลับบ้านแค่นี้ก็หลงทาง ก็เพราะเมื่อก่อนเอาแต่อ้อนให้ใครอีกคนคอยไปส่งที่บ้าน ไม่เคยคิดว่าสักวันจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ แต่หลังจากนี้...เขาจะไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจอีกแล้ว ไม่มีคนนั้น...ตัวเขาก็ต้องอยู่ให้ได้
ต้องอยู่คนเดียวให้ได้สินะ...
.
.
.
ก๊อกๆๆๆๆ!!!
"ฮะ...ป๊า อ๊ะ!!"
สี่ สิบนาทีผ่านไปจนคิดว่าจะต้องนอนรออยู่ตรงนี้ข้ามคืนก็ให้ยินเสียงเคาะกระจก อารามดีใจเพราะคิดว่ามีผู้ปกครองมารับแล้วก็เลยหันไปยิ้มกว้างให้กับกระจก ด้านคนขับพร้อมทั้งกำลังจะกดเปิดล็อคประตู แต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นว่าผู้ที่มายืนอยู่ไม่ใช่คนที่โทรหา...
...แต่กลับเป็นคนที่เขาคิดถึงมาทั้งวัน
"ซิน เปิดประตูรถหน่อย"
"...."
"ซิน!! เปิดประตูรถหน่อย"
"ป๊า ไหนว่าจะมารับซินไง ทำไมเป็นนัทมาแทนล่ะ อะไรนะ...ป๊าไปบอกเขาทำไมล่ะ ถ้าไม่ว่างก็บอกซินมาสิ ซินโทรหาเพื่อนคนอื่นก็ได้ ไม่ได้ทะเลาะกัน...ป๊าอ่ะ!! ซินไม่กลับกับนัทนะ ป๊ามารับซินเลย ป๊า...ป๊า!!!"
แกร๊ก!!
"ทำไมไม่ยอมเปิดประตู"
อาการ อึ้งคูณสองกำลังเกิดกับเจ้าของรถคันงาม เมื่อไอ้คนที่ไม่อยากเจอหน้าที่สุดดันกำกุญแจสำรองอยู่ในมือแถมยังถือวิสาสะ ไขเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย แต่จนแล้วจนรอดคนตัวเล็กกว่าก็ยังนั่งนิ่ง เก็บปากเก็บคำซะเรียบร้อยจนคนมารับถึงกับอ่อนใจ
"ป่ะ กลับบ้านกัน...นัทมารับซินกลับบ้าน"
"...."
"ไม่ยอมลุกแล้วนัทจะขับรถกลับให้ยังไง"
"มายังไงก็กลับไปอย่างนั้นล่ะ ใครเขาขอให้มา"
"ไม่เอาน่า นี่อุตส่าห์รบกวนเจนให้ขับรถมาให้นะ"
"งั้นขับรถกลับไปส่งเจน รบกวนเจนทำไม"
"เจนขับกลับไปแล้ว มา...กลับบ้านกัน เดี๋ยวนัทขับให้"
ถึง จะคะยั้นคะยอยังไงเด็กหลงทางก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวแม้แต่น้อย มือใหญ่จับเข้าที่ต้นแขนก่อนจะออกแรงดึงเล็กน้อยด้วยเพราะกลัวเจ้าตัวจะเจ็บ แต่คนดื้อก็ใช่จะให้ความร่วมมือ
"ไม่ยอมลุกเหรอ"
"...."
"ถ้าไม่ยอมลุก..."
ดวง ตากลมเผลอเบิกกว้างเมื่ออยู่ๆคนตัวโตก็สอดลำตัวช่วงบนเข้ามาอยู่ตรงช่องว่าง ระหว่างตัวเขากับพวงมาลัย แถมยังเริ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ระบายอยู่ไม่ห่าง
"...อย่าหาว่าไม่ตะ..."
"ละ...ลุกแล้ว!! เอาหน้าออกไปก่อนเลยนะ!!!"
ไอ้คนเจ้าเล่ห์ ไอ้คนกะล่อน ไอ้...
ว้อย! คิดไม่ออกแล้ว!!
> -------------------- *-* Paranoid *-* ----------------------
"ทำไมกลับเร็วนักล่ะ ไม่อยู่กินข้าวเย็นกับน้องเขาก่อนรึไง"
เพิ่งจะเข้ามานั่งในรถได้ไม่นานก็เจอคำถามแสกหน้าเข้าไป คนผมสั้นถึงกับชงักก่อนจะหันไปมองใบหน้าหวานแสนงอนนั้น
"ไม่ได้ไปเลยต่างหาก"
"ก็ไหนเมื่อคืนเห็นโทรมาบอก..."
"พอโทรไปถาม...ก็เหมือนจะมีคนงอน ก็เลยไม่ไป"
"ใครเขาจะมาเสียเวลางอนนายกัน อยากไปก็ไปสิ จะมาขอกันทำไม"
"ขนาดขอยังงอนขนาดนี้ แล้วถ้าไม่ขอ..."
"อย่ามามั่วนะ เราจะงอนนายทำไม เราไม่ได้..."
"อย่าพูดว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะเราเป็น!!!"
หางเสียงนั้นแลดูมีอารมณ์กรุ่น มือใหญ่เลื่อนจับปลายคางมนให้หันมามองหน้ากัน
หวังเพียงสบตา...เพื่อให้รู้ว่า 'รัก' มากแค่ไหน
"หรือจะให้นัท 'ย้ำ'...อีกที"
"เจ็บนะนัท...ปล่อยก่อนได้มั้ย"
มือ อุ่นปล่อยคางมนเมื่อเสียงหวานเอ่ยอ้อนวอน หยาดน้ำใส่เริ่มเอ่อขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าเองตัวถูกต้อนให้จนมุม พอจวนตัวก็รังแกกันทุกครั้ง ไม่เคยหรอกที่จะคิดถึงความรู้สึกกัน ถ้าสังเกตซักนิด...วันนี้ก็คงไม่ปล่อยทิ้งกันเอาไว้
คน ต้นเรื่องตัดสินใจโน้มตัวเข้าหาเอื้อมมือไปรั้งให้คนรักหันกลับมาคุยกันดีๆ โชคยังเข้าข้างเขาที่ใครอีกคนไม่ได้ขืนตัวเอาไว้อย่างที่กลัว แต่ก็อดวูบโหวงในอกไม่ได้เมื่อต้องมาเห็นคนตรงหน้ามีน้ำตาเปรอะเปื้อน นิ้วเรียวยาวค่อยๆเกลี่ยเช็ดให้ทีละหยดจนเจ้าตัวเริ่มสงบ จะเหลือก็แต่อาการหลุบตาลงต่ำเท่านั้นที่บอกให้รู้ว่ายังขุ่นเคืองใจกัน
"ซิน...ฟังนัทนะ"
"....."
"ถ้าซินไม่ชอบ...นัทก็จะไม่ทำ"
"....."
"ถ้าซินไม่อยากให้นัทไป...นัทก็จะไม่ไป"
"....."
"ขอแค่บอก...นัททำให้ซินได้ทุกอย่าง ซินได้ยินมั้ย"
"แล้วทำไมเราต้องบอก ถ้านัทอยากไป แล้วเราบอกไม่ให้นัทไป นัทก็จะไม่ไปเหรอ"
"....."
"ถ้าเราทำอย่างนั้น...ไม่ถือว่าเรากำลังบังคับนัทเหรอ"
"ซิน..."
"เราไม่อยากได้ชื่อว่า...เรากำลังบังคับใครให้มา 'รัก' เราหรอกนะ"
"ซิ น...ซินคิดมากเกินไปแล้ว ซินรู้มั้ย...ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้ ซินไม่เคยบอกนัทเลยว่าซินคิดยังไง ซินอยากให้นัทอยู่ด้วยมั้ย ซินไม่อยากให้นัททำอะไร ซินปล่อยให้นัทคิดเอาเองตลอด"
"ก็เราไม่อยาก..."
"ซินบังคับนัทบ้างก็ได้นะ นัทจะได้รู้สึกว่าซินยัง 'หวง' นัทอยู่"
ประโยค ที่ฟังดูขัดต่อความรู้สึกนั้นทำเอาคนตัวเล็กถึงกับอึ้งไป เพราะใครอีกคนกำลังบอกว่าการให้อิสระต่อกันคือการไม่แสดงออกถึงความชัดเจนใน ความรูสึก
นัท...กำลัง 'น้อยใจ' งั้นเหรอ
"แค่นัท...อยากให้ซินแสดงออกว่า 'หึง' นัทบ้าง"
"...อะ.."
"ทั้งๆที่นัทหวงซินจะแย่แล้วนะ"
"หะ...หา??"
"ถ้าซินไม่พูด...นัทก็ไม่มีวันรู้หรอก"
ก่อน ที่คนผมยาวจะทันพูดอะไรออกไป มือใหญ่ชิงจังหวะกุมมือเรียวทั้งสองข้างไว้แล้วยกขึ้นมาจรดริมฝีปากแล้ว ค่อยๆเงยหน้าช้อนตาสบมองแก้วตาหวานอย่างสื่อความหมาย
"คราวหลังบอกนัทนะครับ...คนดี"
"กะ..."
โดย ไม่รั้งรอคำตอบ คนเจ้าเล่ห์ก็จัดการกลืนคำนั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง มือที่เคยกอบกุมเปลี่ยนตำแหน่งมารั้งอยู่ที่ท้ายทอยขาวคอยประคองหัวสวยให้ เอียงรับองศากันอย่างถนัดถนี่ ลิ้นอุ่นตวัดหยอกปลายลิ้นเล็กเล่นจนเจ้าตัวเผลอครางเครือให้ได้ยิน ก่อนผละจากก็ยังไม่ลืมจูบย้ำลงไปให้คนน่ารักได้รู้...
"ซิน...หวานจัง"
ผลั่วะ!!!
"อะ...ไอ้บ้านัท...รีบขับไปส่งบ้านเลยนะ!!!"
ถึงแม้จะประเคนมะเหงกหนึ่งทีให้เป็นรางวัลสำหรับความกะล่อนเกินหน้า แต่ริมฝีปากบางกลับหันไปอมยิ้มน้อยๆกับกระจกข้างรถอย่างมีความสุข
ก็ใครใช้ให้คนอย่างนัทมาตกหลุมรัก 'คนปากแข็ง' อย่างเขากันล่ะ??
* ----- END ----- *
Ps. ป่วงประจำ ต้องขออภัย ^^*