SGL Fiction :: [One Shot] :.: Paranoid :.:

posted on 21 May 2012 19:36 by iloveparkyoochun  in Fiction

One Shot : Paranoid

 

Couple : Duo

 

Rate : G

 

Note : It's just a fiction about someone in somewhere.

 

 

 

 

 

 

 

 

ใจ...จะไหวหวั่น เป็นเหมือนกัน อ่อนแอเหมือนฉันบ้างไหม?

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

โกรธกันอีกแล้วสินะ...

 

 

 

"เฮ้อ..."

 

 

 

 

เสียง ผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายจากเจ้านายคนดี ดูเหมือนจะรบกวนการพักผ่อนของแมวตัวเขื่องที่กำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาจน ต้องบิดขี้เกียจเล็กๆ ก่อนจะหันมาส่งค้อนใส่กัน มือเรียวขาวเอื้อมไปลากเจ้าเหมียวตัวโปรดให้ขึ้นมานอนบนตัก ทั้งยังลูบหลังเกาคางให้อย่างเอาใจเพื่อขอลุแก่โทษที่บังอาจทำลายช่วงเวลา แสนเพลินของลูกรัก

 

 

ใบหน้าหวานงอง้ำเมื่อคิดไปถึง เรื่องราวเมื่อวานที่ทำให้เขากับใครอีกคนต้องทะเลาะกันอย่างไร้สาระ รูปข่าวที่ขยันจะมีมาให้แยงลูกตาแถมยังแทงใจคนอ่อนไหวอย่างเขา ไอ้เจ้าตัวก็ไม่เคยจะระวังอะไรเลย ทำเอาเขาเผลอพูดประชดเหน็บไปซะหลายดอก จนโดนเบรกด้วยประโยคที่ว่า...

 

 

 

'รอให้อารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนดีไหม แล้วค่อยมาพูดเรื่องนี้กันอีกที'

 

 

 

อยาก บอกใจแทบขาด แค่ทำหน้าตาสลดสักนิดแล้วเอ่ยคำขอโทษด้วยอาการสำนึกผิด เขาก็พร้อมจะยกประโยชน์ให้จำเลยได้โดยง่าย แต่มีอย่างที่ไหนมาบอกเหมือนเขาผิดซะเต็มประดาที่ประชดไม่เข้าท่าใส่

 

 

มือ เรียวปัดปอยผมไปทัดหูอย่างลวกๆด้วยแรงอารมณ์ที่กรุ่นขึ้นมา ร่างบางลุกพรวดจนเจ้าดาวดาวเกือบจะกลิ้งหลุนๆไปกับพื้น ยังดีที่แมวอ้วนฝึกวิชาตัวเบามาเลยกระโดดแผล็วหายลับไปทางหลังบ้าน ความร้อนที่เห่อขึ้นหน้าเรียกร้องให้ต้องเดินมาเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรแก้ อาการ หยิบขวดน้ำเย็นได้ก็จับกระแทกลงบนเคาเตอร์จนน้ำแทบกระฉอกออกจากภาชนะ

 

เรื่อง ข่าวเมื่อวานเป็นชนวนเริ่มต้นก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้ระบบความคิดในหัวกลมต้องระเบิดบึ้มก็เพราะไอ้ประโยคบอกเล่า เชิงถามความเห็น(?) ของคู่หูบังเกิดเกล้าเมื่อคืนนี้ต่างหากล่ะ

 

 

 

'พรุ่งนี้บ่ายขอออกไปธุระกับน้องนะ พอดีน้องโทรมาชวนให้ไปเป็นเพื่อนน่ะ'

 

 

 

 

"เฮอะ!! จริงๆก็อยากไปอยู่แล้วเถอะ จะมาถามทำไมกัน!!"

 

 

 

 

มือ เรียวจับกระแทกขวดน้ำกับเคาเตอร์อีกครั้งโดยแรง น้ำเย็นๆกระฉอกออกมารดเสื้อยืดที่กำลังใส่อยู่จนเปียกเป็นวงกว้าง เจ้าตัวถึงกับจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อพบว่าตนเองคงต้องไปเปลี่ยนเสื้อโดยพลัน ถ้าไม่อยากเป็นหวัดให้เซ็งหนักกว่าเดิม ดูเหมือนอะไรๆก็ไม่เป็นใจให้เขาเลยสักอย่างสินะ

 

ย้ายมวลสารมา อยู่หน้าตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่เพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ แต่ด้วยความหงุดหงิดสายตาคมจึงกวาดมองตุ๊กตากระต่ายขนาดกลางสีชมพูอ่อนที่ นอนแผ่อยู่บนเตียงก่อนจะคว้าจับขึ้นมาโดยแรง แก้วตาใสที่บัดนี้กลับขุ่นมัวจ้องมองใบหน้าของตุ๊กตาพร้อมกับอาการหอบหายใจ เข้าออกอย่างหน่วงหนักรุนแรง ใจอยากจะระบายอารมณ์ใส่สิ่งของในมือให้เต็มที่ แต่ก็ปัดความคิดชั่ววูบนั้นทิ้งไปเมื่อสำนึกด้านดียังพอมีอยู่ มือขาวจัดการวางเจ้าตัวนุ่มไว้ตามเดิมแล้วเริ่มหาเสื้ออย่างที่ตั้งใจ

 

 

 

"ไหนๆก็อารมณ์ไม่ดีแล้ว...ออกไปหาของหวานกระแทกปากดีกว่า"

 

 

 

ให้มันได้อย่างนี้สิ...อ้วนก็ไม่กลัวแล้ว!!!

 

 

 

 

 

 

> -------------------- *-* Paranoid *-* ----------------------

 

 

 

 

 

 

ช้อน เงินคันเล็กค่อยๆปาดเค้กแบล็คฟลอเรสแบบไม่ตั้งใจนัก ก่อนจะค้างเอากลางอากาศเมื่อเจ้าของมือเรียวเอาแต่เหม่อมองอะไรสักอย่างที่ คล้ายว่าจะไม่ได้อยู่ตรงหน้า จุดโฟกัสของสายตาไม่คงที่เพราะความรู้สึกนึกคิดมันลอยไปไกลเกินกว่าเจ้าตัว จะทันคว้าจับไว้

 

 

 

...ตอนนี้คงกำลังขับรถไปรับน้องสินะ

 

 

 

ถอน หายใจสวยๆไปหนึ่งเฮือกก่อนจะส่งเนื้อเค้กบนช้อนเข้าปาก รสหวานปนขมของช็อคโกแล็ตชั้นดีช่วยกระตุ้นสารเอ็นโดรฟีนได้เพียงเล็กน้อย เท่านั้น เหตุจากอารมณ์ขุ่นมัวเกินไป จากของที่เคยอร่อยลิ้นกลับกลายเป็นของไม่โปรดไปซะนี่ มือเรียวถือจับช้อนเงินค้างไว้อย่างนั้น ก่อนความคิดจะย้อนกลับไปเมื่อตอนที่คนคุ้นเคยพามาชิมเค้กร้านนี้ด้วยกัน

 

 

 

 

'ลองกินสิ แบล็คฟลอเรสของที่นี่อร่อยนะ'

 

 

'ไม่อ่ะ...ช่วงนี้น้ำหนักขึ้น แก้มย้วยแล้ว'

 

 

'ใครว่าอะไรให้เคือง อย่างนายเนี่ยนะอ้วน'

 

 

'ใช่ เราแอบได้ยินแฟนคลับบางคนเม้าเรา'

 

 

'เหรอ แต่เราไม่คิดอย่างนั้นนะ...'

 

 

 

ทอดเสียงอ่อนก่อนจะเอื้อมมือใหญ่มาแตะแก้มขาวเบาเบาพอให้ขึ้นสี แล้วเอ่ยคำที่ตั้งใจทิ้งช่วงไว้ในตอนแรก

 

 

'เราชอบ...ที่ซินเป็นซินแบบนี้'

 

 

'กินก็ได้ ไม่เห็นต้องแกล้งกันเลยนี่'

 

 

 

 

กริ๊ง!!

 

 

 

เสียงกระดิ่ง ประตูร้านดังขึ้นตัดห้วงความคิดจากอดีตให้กลับมาสู่โลกปัจจุบัน โลก...ที่มีแต่ตัวเขานั่งอยู่ในร้านเค้กร้านเดิม...คนเดียว มือที่จับช้อนเริ่มเกร็งมากขึ้นเมื่อนึกได้ว่าตัวเองยังคงเอาแต่คิดไปถึงใคร อีกคนตลอดเวลา

 

 

 

"เชอะ!! ไม่มีนาย เค้กก็ยังอร่อยอยู่ดีนั่นล่ะ ใครเค้าสนกัน!!"

 

 

 

เริ่ม จ้วงเค้กเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ของนักร้องอย่าง ที่เคยทำ ใช่สิ...ในเมื่อเค้กร้านนี้มันอร่อยนัก ก็จะกวาดกินมันให้หมดทั้งเชลฟ์เลย ให้รู้กันไปเลยว่านายลั๊ลลาได้...ฉันก็มีความสุขในแบบของฉันได้เหมือนกัน!!

 

 

 

 

"พี่ครับ ขอเค้กในร้านมาอย่างละหนึ่งชิ้นครับ!!"

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

บ่ายสามโมงครึ่ง ณ สวนสันติชัยปราการ

 

 

 

เมื่อ รู้สึกว่าอากาศมันร้อนจนลามไปถึงตับม้ามไตยันขั้วหัวใจ คนผมยาวอารมณ์ติสจึงเลือกที่จะมานั่งหลบร้อนที่สวนกลางเมืองติดริมแม่น้ำ เผื่อว่าความร่มรื่นจากต้นไม้และไอเย็นจากผืนน้ำจะช่วยดับอาการร้อนใจร้อน กายที่มีอยู่ให้ลดระดับลงบ้าง ผมยาวหยักโศกระริกไหวล้อลมเมื่อเจ้าของไม่ได้รวบมัดไว้อย่างที่เคย ดวงตากลมไร้แว่นกันแดดบดบังกำลังทอดมองวิวมุมกว้างริมแม่น้ำฝั่งตรงข้าม ถึงแม้จะมีผู้คนเดินผ่านไปมาแถวนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะมีใครจำนักร้องเฉพาะกลุ่มอย่างเขาได้มากนัก จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเดินเข้ามารบกวนช่วงเวลาไม่เป็นใจของเขา

 

คน ตัวบางนั่งมือเท้าคางอยู่บนบันไดริมตลิ่ง เปลือกตาพริ้มหลับเลือกรับเอาแต่สายลมเย็นพัดมาให้ชื่นใจ สูดอากาศเข้าปอดลึกๆก่อนผ่อนออกอย่างคลายอารมณ์ การได้มานั่งในที่สงบอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนความคิดน่าจะเป็นอะไรที่ดีในยาม จิตใจว้าวุ่น

 

 

แต่แค่เพียงลืมตาขึ้นพิจารณาต้นลำพูที่ยืนต้นเดียวดายอยู่ริมฝั่งตรงหน้าก็ให้คิด

 

 

 

อยู่ตรงนี้อย่างเดียวดายมานาน จะเหงามากมั้ยนะ...เจ้าต้นลำพู

 

 

 

โฟกัสสายตาเริ่มกลายเป็นระยะอนันต์เมื่อใจเริ่มไม่นิ่ง และคิดไปถึงใครที่เคยคุ้นอีกครั้ง

 

 

"คงจะเดินเล่นกันสนุกอยู่สินะ..."

 

 

เอ่ย ประชดตัวเองให้เจ็บเล่นๆ มือบางควานหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารประตัวออกมาดู แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของสายเรียกเข้าหรือข้อความที่รอคอย แก้วตาใสเริ่มหม่นแสง หยดน้ำร้อนเริ่มเกาะปริ่มที่ขอบตา

 

 

 

ทำไมนะ ทั้งที่ไม่ชอบไปเดินซื้อของแท้ๆ แต่กลับขอไปกับคนอื่น

 

 

ทำไมนะ ทั้งที่มีเวลาว่างแท้ๆ แต่กลับเอาเวลาไปให้ใครอีกคน

 

 

ทำไมนะ อยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ไกล พออยู่ไกล...ก็เหมือนอยู่กันคนละโลก

 

 

ทำไมนะ...ทำไมกัน

 

 

 

ใบ หน้าหวานซุกซบลงกับอ้อมแขนของตัวเอง ไหล่บางสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นแต่กลับไร้ซึ่งเสียงใดๆ เพราะเจ้าตัวกัดริมฝีปากนั้นไว้ไม่ให้ใครต้องมาได้ยินความอ่อนแอในยามนี้

 

 

อยู่คนเดียวก็กอดตัวเองได้...ใครเขาสนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

> -------------------- *-* Paranoid *-* ----------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาเย็นย่ำมาเยือน ก็คงต้องถึงเวลากลับบ้านสักที

 

 

รถ บีเทิ่ลสีเทาคันน่ารักกำลังแล่นฉิวอยู่บนทางด่วนสายหนึ่งด้วยความเร็วแปดสิบ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเหตุที่เป็นคนไม่ค่อยชำนาญเส้นทางสักเท่าไหร่ เจ้าตัวจึงเลือกที่จะใช้ความเร็วในระดับมาตรฐานพร้อมกับเปิด GPS นำทางเพื่อกลับให้ถึงบ้าน

 

 

หลังจากที่ได้ไปนั่งปล่อย อารมณ์และระบายความอัดอั้นที่มีมาทั้งวันแล้ว ความคิดที่สับสนในหัวสวยก็กลับมาจัดระเบียบเรียงตัวได้อีกครั้ง มือบางเลื่อนไปกดปุ่มเปิดเพลงในรถเพิ่มความสุนทรีย์ให้ชีวิต ปากอิ่มฮัมตามเพลงที่ได้ยิน ก่อนจะค่อยๆเลื่อนเปิดกระจกรถทางด้านคนขับลงเพื่อรับลมอย่างที่ไม่เคยทำมา ก่อน

 

 

 

อยู่คนเดียว...ก็มีข้อดีเหมือนกันสินะ

 

 

 

คนหน้างอเริ่มมีรอยยิ้มแตะแต้มขึ้นมาบ้าง ถ้าไม่ใช่เพราะมีเสียงบางเสียงขัดขึ้นมาให้ต้องชะงักรอยยิ้มไว้เพียงครึ่ง

 

 

 

 

 

"ระบบ GPS ขัดข้อง โปรดกำหนดพิกัดใหม่อีกครั้ง"

 

 

 

 

 

 

แล้ว...กรูอยู่ส่วนไหนของโลกฟระเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

"ป๊า...พอ ดีเครื่อง GPS มันเสียอ่ะครับ ตอนนี้เหรอ...พอดีหาทางลงทางด่วนมาก่อนอ่ะครับ เพราะซินไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหน กลัวจะหลงไปมากกว่านี้ ใกล้ที่ไหนเหรอครับ เอ่อ....เหมือนจะมีบริษัทเคมีอะไรซักอย่างใกล้ๆนี่อ่ะครับ แถวนี้ไม่ค่อยมีคนเดินเลยอ่ะครับ ดูเปลี่ยวๆด้วยอ่ะ ไม่มีปั๊มด้วย ซินไม่กล้าถามใครเลยครับ โอเคครับป๊า ให้ซินรอในรถใช่มั้ยครับ ครับ...ครับ...สวัสดีครับ"

 

 

 

"เฮ้อ!!!"

 

 

 

ให้ มันได้อย่างนี้สิ โดนทิ้ง กินเค้ก นั่งเอกเขนก ร้องไห้ตาบวม แถมยังต้องมาหลงทางตอนจะกลับบ้านเนี่ยนะ ตกม้าตายชัดๆ นี่มันวันอะไรของเขากัน!!! คิดแล้วก็ให้หงุดหงิดจนแทบจะขว้างเจ้าเครื่องนำทางตัวดีให้พ้นขอบข่ายสายตา กะจะเอาหัวโขกพวงมาลัยซักหน่อยก็กลัวว่าจะพลั้งไปโดนแตรจนเสียงดังรบกวนชาว บ้าน เลยจัดการเขกกระโหลกตัวเองไปซักทีสองทีพอให้หายโง่

 

 

 

ง่าวแท้...เจ้าเด็กหลงทาง

 

 

 

ยิ้ม เยาะให้กับความไม่เอาไหนของตัวเอง ไหนว่าทำอะไรด้วยตัวคนเดียวก็ได้ไงล่ะ เหอะ!! ขับรถกลับบ้านแค่นี้ก็หลงทาง ก็เพราะเมื่อก่อนเอาแต่อ้อนให้ใครอีกคนคอยไปส่งที่บ้าน ไม่เคยคิดว่าสักวันจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ แต่หลังจากนี้...เขาจะไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจอีกแล้ว ไม่มีคนนั้น...ตัวเขาก็ต้องอยู่ให้ได้

 

 

 

ต้องอยู่คนเดียวให้ได้สินะ...

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ก๊อกๆๆๆๆ!!!

 

 

 

 

"ฮะ...ป๊า อ๊ะ!!"

 

 

 

 

 

สี่ สิบนาทีผ่านไปจนคิดว่าจะต้องนอนรออยู่ตรงนี้ข้ามคืนก็ให้ยินเสียงเคาะกระจก อารามดีใจเพราะคิดว่ามีผู้ปกครองมารับแล้วก็เลยหันไปยิ้มกว้างให้กับกระจก ด้านคนขับพร้อมทั้งกำลังจะกดเปิดล็อคประตู แต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นว่าผู้ที่มายืนอยู่ไม่ใช่คนที่โทรหา...

 

 

...แต่กลับเป็นคนที่เขาคิดถึงมาทั้งวัน

 

 

 

 

"ซิน เปิดประตูรถหน่อย"

 

 

"...."

 

 

"ซิน!! เปิดประตูรถหน่อย"

 

 

 

"ป๊า ไหนว่าจะมารับซินไง ทำไมเป็นนัทมาแทนล่ะ อะไรนะ...ป๊าไปบอกเขาทำไมล่ะ ถ้าไม่ว่างก็บอกซินมาสิ ซินโทรหาเพื่อนคนอื่นก็ได้ ไม่ได้ทะเลาะกัน...ป๊าอ่ะ!! ซินไม่กลับกับนัทนะ ป๊ามารับซินเลย ป๊า...ป๊า!!!"

 

 

 

 แกร๊ก!!

 

 

 

 

 

"ทำไมไม่ยอมเปิดประตู"

 

 

อาการ อึ้งคูณสองกำลังเกิดกับเจ้าของรถคันงาม เมื่อไอ้คนที่ไม่อยากเจอหน้าที่สุดดันกำกุญแจสำรองอยู่ในมือแถมยังถือวิสาสะ ไขเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย แต่จนแล้วจนรอดคนตัวเล็กกว่าก็ยังนั่งนิ่ง เก็บปากเก็บคำซะเรียบร้อยจนคนมารับถึงกับอ่อนใจ

 

 

 

"ป่ะ กลับบ้านกัน...นัทมารับซินกลับบ้าน"

 

 

"...."

 

 

"ไม่ยอมลุกแล้วนัทจะขับรถกลับให้ยังไง"

 

 

"มายังไงก็กลับไปอย่างนั้นล่ะ ใครเขาขอให้มา"

 

 

"ไม่เอาน่า นี่อุตส่าห์รบกวนเจนให้ขับรถมาให้นะ"

 

 

"งั้นขับรถกลับไปส่งเจน รบกวนเจนทำไม"

 

 

"เจนขับกลับไปแล้ว มา...กลับบ้านกัน เดี๋ยวนัทขับให้"

 

 

 

ถึง จะคะยั้นคะยอยังไงเด็กหลงทางก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวแม้แต่น้อย มือใหญ่จับเข้าที่ต้นแขนก่อนจะออกแรงดึงเล็กน้อยด้วยเพราะกลัวเจ้าตัวจะเจ็บ แต่คนดื้อก็ใช่จะให้ความร่วมมือ

 

 

 

 

"ไม่ยอมลุกเหรอ"

 

 

"...."

 

 

 

 

"ถ้าไม่ยอมลุก..."

 

 

 

ดวง ตากลมเผลอเบิกกว้างเมื่ออยู่ๆคนตัวโตก็สอดลำตัวช่วงบนเข้ามาอยู่ตรงช่องว่าง ระหว่างตัวเขากับพวงมาลัย แถมยังเริ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ระบายอยู่ไม่ห่าง

 

 

 

 

"...อย่าหาว่าไม่ตะ..."

 

 

 

"ละ...ลุกแล้ว!! เอาหน้าออกไปก่อนเลยนะ!!!"

 

 

 

 

ไอ้คนเจ้าเล่ห์ ไอ้คนกะล่อน ไอ้...

 

 

 

ว้อย! คิดไม่ออกแล้ว!!

 

 

 

 

 

 

 

> -------------------- *-* Paranoid *-* ----------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

"ทำไมกลับเร็วนักล่ะ ไม่อยู่กินข้าวเย็นกับน้องเขาก่อนรึไง"

 

 

เพิ่งจะเข้ามานั่งในรถได้ไม่นานก็เจอคำถามแสกหน้าเข้าไป คนผมสั้นถึงกับชงักก่อนจะหันไปมองใบหน้าหวานแสนงอนนั้น

 

 

"ไม่ได้ไปเลยต่างหาก"

 

 

"ก็ไหนเมื่อคืนเห็นโทรมาบอก..."

 

 

"พอโทรไปถาม...ก็เหมือนจะมีคนงอน ก็เลยไม่ไป"

 

 

"ใครเขาจะมาเสียเวลางอนนายกัน อยากไปก็ไปสิ จะมาขอกันทำไม"

 

 

"ขนาดขอยังงอนขนาดนี้ แล้วถ้าไม่ขอ..."

 

 

"อย่ามามั่วนะ เราจะงอนนายทำไม เราไม่ได้..."

 

 

"อย่าพูดว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะเราเป็น!!!"

 

 

 

หางเสียงนั้นแลดูมีอารมณ์กรุ่น มือใหญ่เลื่อนจับปลายคางมนให้หันมามองหน้ากัน

 

หวังเพียงสบตา...เพื่อให้รู้ว่า 'รัก' มากแค่ไหน

 

 

 

"หรือจะให้นัท 'ย้ำ'...อีกที"

 

 

"เจ็บนะนัท...ปล่อยก่อนได้มั้ย"

 

 

 

 

มือ อุ่นปล่อยคางมนเมื่อเสียงหวานเอ่ยอ้อนวอน หยาดน้ำใส่เริ่มเอ่อขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าเองตัวถูกต้อนให้จนมุม พอจวนตัวก็รังแกกันทุกครั้ง ไม่เคยหรอกที่จะคิดถึงความรู้สึกกัน ถ้าสังเกตซักนิด...วันนี้ก็คงไม่ปล่อยทิ้งกันเอาไว้

 

 

คน ต้นเรื่องตัดสินใจโน้มตัวเข้าหาเอื้อมมือไปรั้งให้คนรักหันกลับมาคุยกันดีๆ โชคยังเข้าข้างเขาที่ใครอีกคนไม่ได้ขืนตัวเอาไว้อย่างที่กลัว แต่ก็อดวูบโหวงในอกไม่ได้เมื่อต้องมาเห็นคนตรงหน้ามีน้ำตาเปรอะเปื้อน นิ้วเรียวยาวค่อยๆเกลี่ยเช็ดให้ทีละหยดจนเจ้าตัวเริ่มสงบ จะเหลือก็แต่อาการหลุบตาลงต่ำเท่านั้นที่บอกให้รู้ว่ายังขุ่นเคืองใจกัน

 

 

 

"ซิน...ฟังนัทนะ"

 

 

"....."

 

 

"ถ้าซินไม่ชอบ...นัทก็จะไม่ทำ"

 

 

"....."

 

 

"ถ้าซินไม่อยากให้นัทไป...นัทก็จะไม่ไป"

 

 

"....."

 

 

"ขอแค่บอก...นัททำให้ซินได้ทุกอย่าง ซินได้ยินมั้ย"

 

 

"แล้วทำไมเราต้องบอก ถ้านัทอยากไป แล้วเราบอกไม่ให้นัทไป นัทก็จะไม่ไปเหรอ"

 

 

"....."

 

 

"ถ้าเราทำอย่างนั้น...ไม่ถือว่าเรากำลังบังคับนัทเหรอ"

 

 

"ซิน..."

 

 

"เราไม่อยากได้ชื่อว่า...เรากำลังบังคับใครให้มา 'รัก' เราหรอกนะ"

 

 

"ซิ น...ซินคิดมากเกินไปแล้ว ซินรู้มั้ย...ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้ ซินไม่เคยบอกนัทเลยว่าซินคิดยังไง ซินอยากให้นัทอยู่ด้วยมั้ย ซินไม่อยากให้นัททำอะไร ซินปล่อยให้นัทคิดเอาเองตลอด"

 

 

"ก็เราไม่อยาก..."

 

 

"ซินบังคับนัทบ้างก็ได้นะ นัทจะได้รู้สึกว่าซินยัง 'หวง' นัทอยู่"

 

 

 

 

ประโยค ที่ฟังดูขัดต่อความรู้สึกนั้นทำเอาคนตัวเล็กถึงกับอึ้งไป เพราะใครอีกคนกำลังบอกว่าการให้อิสระต่อกันคือการไม่แสดงออกถึงความชัดเจนใน ความรูสึก

 

 

 

นัท...กำลัง 'น้อยใจ' งั้นเหรอ

 

 

 

 

"แค่นัท...อยากให้ซินแสดงออกว่า 'หึง' นัทบ้าง"

 

 

"...อะ.."

 

 

"ทั้งๆที่นัทหวงซินจะแย่แล้วนะ"

 

 

"หะ...หา??"

 

 

"ถ้าซินไม่พูด...นัทก็ไม่มีวันรู้หรอก"

 

 

 

ก่อน ที่คนผมยาวจะทันพูดอะไรออกไป มือใหญ่ชิงจังหวะกุมมือเรียวทั้งสองข้างไว้แล้วยกขึ้นมาจรดริมฝีปากแล้ว ค่อยๆเงยหน้าช้อนตาสบมองแก้วตาหวานอย่างสื่อความหมาย

 

 

 

 

"คราวหลังบอกนัทนะครับ...คนดี"

 

 

 

"กะ..."

 

 

 

โดย ไม่รั้งรอคำตอบ คนเจ้าเล่ห์ก็จัดการกลืนคำนั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง มือที่เคยกอบกุมเปลี่ยนตำแหน่งมารั้งอยู่ที่ท้ายทอยขาวคอยประคองหัวสวยให้ เอียงรับองศากันอย่างถนัดถนี่ ลิ้นอุ่นตวัดหยอกปลายลิ้นเล็กเล่นจนเจ้าตัวเผลอครางเครือให้ได้ยิน ก่อนผละจากก็ยังไม่ลืมจูบย้ำลงไปให้คนน่ารักได้รู้...

 

 

 

 

 

"ซิน...หวานจัง"

 

 

 

 

ผลั่วะ!!!

 

 

 

 

"อะ...ไอ้บ้านัท...รีบขับไปส่งบ้านเลยนะ!!!"

 

 

 

 

 

ถึงแม้จะประเคนมะเหงกหนึ่งทีให้เป็นรางวัลสำหรับความกะล่อนเกินหน้า แต่ริมฝีปากบางกลับหันไปอมยิ้มน้อยๆกับกระจกข้างรถอย่างมีความสุข

 

 

 

 

 

ก็ใครใช้ให้คนอย่างนัทมาตกหลุมรัก 'คนปากแข็ง' อย่างเขากันล่ะ??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

* ----- END ----- *

 

 

 

 

 

 

 

Ps. ป่วงประจำ ต้องขออภัย ^^*