[SF Fic] :::: Inconsolable :::: [KyuMin] #1

posted on 16 Nov 2007 22:03 by iloveparkyoochun  in Inconsolable

 

[1]




คงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วสินะ ที่ชั้นจะได้อยู่กับนาย........

ถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา........นายจะไม่เคยรักชั้น.........ไม่เคยแม้แต่จะคิดซะด้วยซ้ำ..........

แต่ขอให้ช่วงเวลาที่ชั้นจะได้อยู่กับนายต่อจากนี้ไป.........เป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิตของ 'เราสองคน' นะ





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




เพล้ง!!!!!



เสียงชามกระเบื้องเคลือบสีสวยร่วงหล่นสู่พื้นตามแรงสะบัดของมือใหญ่ที่ตั้งใจปัดมันให้พ้นหน้า

"อย่ามายุ่งกับผมอีก อย่าให้ต้องพูดหลายรอบ ผมไม่ชอบ"
น้ำเสียงที่ออกมาจากริมฝีปากของร่างโปร่งนั้นทำเอาอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกใจหายไปกว่าครึ่ง...นี่เค้าคงทำผิดอีกแล้วสินะ

เสียงนาฬิกาแขวนฝาผนังบอกว่าถึงเวลาที่ร่างโปร่งจะได้เวลาออกไปทำงานนอกบ้านแล้ว ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบหยิบเสื้อสูทตัวนอกและเดินหายไปจากกรอบประตูพร้อมเสียงปิดประตูที่ทำเอาคนที่อยู่ในห้องะดุ้งสุดตัว โดยไม่คิดจะหันมามองสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไปเลยแม้แต่น้อย

"คนที่ทำผิด ก็สมควรจะได้รับการลงโทษแล้วไม่ใช่หรือ!!!!"
คิดได้อย่างนั้นแล้วจึงเหยียบคันเร่งพาตัวเองกับรถคู่ใจทะยานออกสู่ถนนกรุงโซลที่แสนจะวุ่นวาย เพื่อไปทำงานที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายของตัวเอง

"ทงเฮ.....ตอนนี้ ชั้นไม่มีนายแล้ว แล้วที่พยายามมาทั้งหมดมันเพื่ออะไรกัน"
คำพูดที่รำพึงกับตัวเอง ทำได้แค่พูดกับตัวเองเท่านั้น เพราะคนที่อยากให้มาอยู่ข้างๆกันตอนนี้ได้จากเค้าไปไกลแสนไกลซะแล้ว

"ทำไมนายถึงทำอย่างนี้....ซองมิน ทำไมนายต้องทำอย่างนี้ด้วย ทั้งๆที่ทงเฮและชั้นก็เป็นเพื่อนของนาย หรือว่านายเป็นคนไม่มีหัวใจกันแน่....อีซองมิน"
ประโยคตัดพ้อทั้งหมด ไม่ได้พูดออกไปต่อหน้าเจ้าตัว เพราะถ้าหากพูดไป สิ่งที่เค้าสัญญาไว้กับคนรักก็จะพลันหมดความหมาย

เมื่อไหร่ช่วงเวลาที่แสนทรมานนี้จะสิ้นสุดลงซักที นายช่วยบอกคนรักที่ชื่อ 'โจคยูฮยอน' ของนายคนนี้หน่อยได้มั้ย.....อีทงเฮ


.

.

.

.

ร่างสูงออกไปได้พักนึงแล้ว แต่คนที่อยู่ในห้องยังคงไม่ขยับกายไปไหน ถึงแม้ว่าข้าวต้มร้อนๆจะหกราดมือตัวเองเข้าอย่างจังจากการสะบัดมือของคนอารมณ์ร้ายคนนั้น แต่เค้าก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเก็บเศษชามกระเบื้องที่แตกกระจายกับข้าวต้มที่หกเปื้อนพื้นไม้ขัดมันอย่างดี

"ต้องไม่ร้องไห้นะซองมิน เรื่องแค่นี้เอง ถ้ากล้าแย่งเค้ามาแล้วก็ต้องทนให้ได้สิ"
พร่ำบอกกับตัวเองด้วยประโยคเดิมๆทุกวัน แต่ทำอย่างไร มันก็ยังไม่เข้าไปฝังในหัวใจตัวเองซักที

มือน้อยๆเริ่มบวมแดงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่หยุดทำความสะอาดพื้นเพื่อกลับมาทำแผลของตัวเอง

เหลือเวลาอีกแค่ 10 เดือนเท่านั้นสินะ ที่ชั้นจะมีนายอยู่ข้างๆอย่างนี้
ที่จริงยังไม่อยากปล่อยมือเมื่อถึงเวลา แต่ก็ต้องคิดถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนรัก เมื่อเป็นคนออกปากเอง ก็ต้องรักษาคำพูดสินะ

เมื่อพื้นสะอาดแล้วร่างเล็กจึงเอาเศษชามกระเบื้องที่เค้าบรรจงเลือกซื้อมาทิ้งลงถังขยะด้วยมือของเค้าเอง

เจ็บมั้ยล่ะ....ซองมิน นายรู้สึกเจ็บบ้างมั้ย.....

แต่คำตอบคือ......ไม่แล้วล่ะ......

เค้าเคยชินกับการกระทำที่แสนจะหยาบคายของคนที่ได้ชื่อว่าเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมากที่สุดและ......คนที่ตอนนี้อีซองมินรักมากที่สุดเช่นกัน.....โจคยูฮยอน

ก็ในเมื่อสิ่งที่เค้าทำมันสมควรกับท่าทีหมางเมินของคนๆนั้นที่หยิบยื่นให้ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา







......คนเลวๆอย่างเค้า......สมควรแล้วล่ะที่จะได้รับบทลงโทษอย่างนี้.......


แต่การที่มี 'คนๆนั้น' อยู่ใกล้ๆ......ก็เป็นความสุขที่สุดในชีวิตของคนเลวคนหนึ่ง........


พระเจ้าครับ......ผมยอมรับโทษทัณฑ์ทั้งหมดที่ 'เขา' คอยหยิบยื่นให้ผม


ถึงแม้ว่า 'เขา' จะหยิบมีดขึ้นมาแทงผม......แต่ผมจะอ้าแขนรับมีดเล่มนั้นด้วยความยินดี.......ผมสัญญา





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





"กลับมาแล้วเหรอคยูฮยอน พอดีเลย ชั้นเพิ่งทำกับข้าวเสร็จเมื่อกี๊นี้เอง นี่ดูสิ มีแต่ของโปรดนายทั้งนั้นเลยนะ"
เสียงเล็กเอ่ยทักทายเมื่อร่างโปร่งเดินเข้ามาในห้องพัก ท่าทางดีอกดีใจของร่างเล็ก ช่างทำให้เค้าหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้เห็น

นี่นายยังจะมามีความสุขได้อีกเหรอ....อีซองมิน

"กินมาแล้ว ไม่ต้องมากวน จะทำงานต่อ"
น้ำเสียงเยียบเย็นนั้น บ่งบอกได้ดีถึงอารมณ์ที่อีซองมินไม่ควรจะเข้าไปใกล้ชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

แต่อาจจะเป็นเพราะความห่วงหาอาทรที่มีให้กันมากว่า 10 ปี ทำให้คนตัวเล็กเดินเข้าไปเกาะแขนร่างสูงที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกเค้าออกเป็นชิ้นๆได้ทุกเมื่อ

"บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามากวน....รำคาญ!!!"
ตวาดใส่ร่างเล็กด้วยอารมณ์ที่กรุ่นโกรธถึงขีดสุด พร้อมกับสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี ทำเอาคนตัวเล็กกระเด็นลงไปกองอยู่กับพื้น

ถึงแม้จะเจ็บมือข้างที่พันผ้าเอาไว้มากแค่ไหน แต่อีซองมินก็ยังคงฝืนกัดฟันกลั้นเสียงโอดครวญแห่งความเจ็บปวด ซ่อนมือข้างนั้นเอาไว้ข้างหลังพร้อมกับส่งรอยยิ้มน้อยๆออกไปให้ร่างสูงที่กำลังเดินเข้าห้อง

"ขอโทษนะ....ชั้นผิดเอง....ขอโทษนายจริงๆ"

"ถ้านายรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ ก็อย่ามายุ่งกับผมอีก"

เมื่อลับตาร่างสูงไปแล้ว ซองมินจึงได้ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดร่วงเผาะลงอาบแก้มอิ่มนั้น

ที่ร้อง....ไม่ใช่เพราะมือที่เจ็บจากแรงเหวี่ยงนั้น แต่เป็นหัวใจต่างหากที่ซึมซับความโหดร้ายนั้นไว้ได้ทุกอณู

10 กว่าปีที่ผ่านมา คยูฮยอนคนนี้ไม่เคยเลยที่จะแสดงกิริยาป่าเถื่อนและโหดร้ายขนาดนี้มาก่อน

ในความคิดของซองมิน คยูฮยอนเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เค้าเคยพบมา

แต่....จะแปลกอะไรล่ะ ถ้าหากว่าคยูฮยอนจะแสดงท่าทางหยาบคายเยี่ยงนี้ต่อคนที่เค้ารู้สึกเกลียดจนเข้ากระดูก

......ไม่แปลกหรอกนะ...อีซองมิน......




ร่างเล็กพาตัวเองเข้ามาเก็บกวาดข้าวของภายในห้องครัวที่ตอนนี้จะใช้คำว่า "เละ" ก็คงจะไม่ผิดนัก
ไม่ใช่ว่าเค้าเพิ่งจะหัดทำกับข้าวเลยทำให้ข้าวของกระจุยกระจายอย่างนี้ แต่เป็นเพราะมือเจ้ากรรมที่ดันมาเจ็บจากข้าวต้มร้อนๆเมื่อเช้า ทำให้เค้าหยิบจับอะไรๆไม่ค่อยจะถนัดนัก

ที่จริงแผลที่โดนของร้อนของเค้าต้องไปให้หมอที่โรงพยาบาลทำแผลด้วยซ้ำไป แต่ซองมินกลัวว่า ถ้าคยูฮยอนกลับมาจะไม่เจอเค้าแล้วเรื่องจะยุ่งมากไปกว่านี้ เค้าก็เลยตัดสินใจที่จะทำแผลพุพองนั้นด้วยตัวเอง

เมื่ออาหารที่ทำมาไม่มีคนกิน คนที่หิ้วท้องรออย่างเค้าคงต้องทำ 'เหมือนเดิม' ทุกวัน
ซองมินเดินถือจานข้าวที่คลุกแล้ว 2 ใบลงมาข้างล่างคอนโดเมื่อแน่ใจว่าคนอารมณ์ร้ายจะไม่ออกมาจากห้องตอนนี้แน่ๆ

เมื่อเดินมาถึงสนามเด็กเล่นตรงข้ามคอนโด คนตัวเล็กก็สอดส่ายสายตามองหาสิ่งมีชีวิตที่แสนจะคุ้นเคย.....สิ่งมีชีวิตที่อยู่กินข้าวเย็นเป็นเพื่อนเค้าทุกวัน

"อารี....อารีเด็กดี...มาหาซองมินนะ"
เรียกเพียงไม่นาน ลูกสุนัขเพศเมียสีดำลำตัวยาวเหมือนไส้กรอกก็วิ่งปรู๊ดมาหาเค้าทันที....นี่แหล่ะ เพื่อนสนิทที่สุดของเค้าในตอนนี้
อารีเข้ามาคลอเคลียและเห่าอย่างดีใจที่พี่ชายใจดีเอาอาหารมาให้กินอีกแล้ว
อารีเป็นลูกสุนัขที่ถูกนำมาทิ้งไว้แถวนี้ ซองมินมาพบเข้าเมื่อสองเดือนก่อนที่ย้ายเข้ามาพักในคอนโดของคยูฮยอนใหม่ๆ


เมื่อทั้งสองพบหน้ากัน ต่างคนต่างก็รู้ว่า....โลกนี้จะไม่มีคำว่า "เหงา" อีกต่อไป



ซองมินยื่นจานข้าวที่คลุกมาแล้วใบนึงให้กับอารีบนพื้น ส่วนตัวเองก็กินข้าวที่คลุกแล้วในจานอีกใบนึงบนชิงช้า

เค้าเริ่มแกว่งมันช้าๆพร้อมกับกินข้าวที่คลุกอยู่ในจาน......อารี เธอกับชั้นนี่เหมือนกันเลยนะ....

เสียงเอี๊ยดอ๊าดของชิงช้าเหมือนเมื่อวันวาน......เมื่อตอนที่พวกเขา 4 คนยังเป็นเด็กๆ
สายลมเย็นในยามค่ำคืนพัดพาเอากลิ่นอายความทรงจำเมื่อครั้งวัยเยาว์หวนกลับมาสู่ห้วงความคิดของซองมินอีกครั้ง

'คิบอม.....ทงเฮ.....คยูฮยอน....ซองมิน.............เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ'

เสียงจากอดีตแว่วมาจากที่ไหนซักแห่ง ทำเอาหัวใจที่แห้งผากของซองมินกลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง



"ขอบคุณ....สำหรับอดีตที่สวยงาม ชั้นจะไม่วันลืมมันเลย"




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -






ด้วยอากาศในห้องที่ติดจะอบอ้าวอยู่ซักหน่อย ทำให้ร่างสูงต้องพาตัวเองออกมาจากห้องเพื่อหาน้ำเย็นดื่มแก้กระหาย
แต่ก็เกรงว่าเมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วจะต้องเจอหน้ากับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุด

คนที่ทำให้เขากับคนรักต้องห่างกันไกล....
คนที่ทำให้เขาต้องมาทำตามสัญญาที่คนรักได้เอ่ยเอาไว้.....


จริงๆแล้ว เขาจะไม่ทำตามสัญญานี้ก็ได้ หากแต่ว่าทงเฮขอไว้ เพราะมันเป็นคำสัญญาของทงเฮ เขาจึงต้องรับผิดชอบ

.....เขาเต็มใจ ที่จะทำตามคำพูดของคนรักทุกอย่าง.......

.....แต่ทำไม เขาต้องมาทนอยู่กับคนที่เขาเกลียดขนาดนี้.......

แต่เอาเถอะ ยังไงมันก็ต้องเจอกันอยู่ดี เหลืออีกแค่ 10 เดือนเท่านั้นสินะที่เขาจะหลุดจากสภาพที่น่าอึดอัดและจะได้เจอกับทงเฮอีกครั้ง
คิดได้ดังนั้นก็เปิดประตูห้องออกไปสู่ห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ว่างเปล่า ไม่มี 'ใคร' ที่สมควรจะอยู่ตรงนั้นเลย

'ไปไหนกันอีกล่ะเนี่ย ยุ่งจริงๆเลย สงสัยคงหนีไปร้องไห้อยู่ในห้องแล้วล่ะมั้ง'
การกระทำของคยูฮยอนทุกอย่างที่ส่งผ่านไปถึงซองมินนั้น มันคือเจตนาโดยตรงของเขา

เจตนาที่จะบอกให้คนตรงหน้ารู้ว่า.... 'เกลียด' คนตรงหน้ามากแค่ไหน

เจตนาที่จะบอกให้คนตรงหน้ารู้ว่า....ไม่มีใครที่จะมาแทนที่ทงเฮของเขาได้



......ไม่มีวัน....ไม่มีวัน........



แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางระเบียงช่างน่าหลงไหลนัก ชายหนุ่มเดินถือแก้วน้ำเย็นไปหยุดยืนมองพระจันทร์ตรงมุมโปรด มุมที่เขาไม่ได้เหยียบย่างมาซะนานเพียงเพราะไม่อยากเห็นหน้า 'คนๆนั้น'

พระจันทร์คืนนี้ช่างสวยงามนัก นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้มายืนมองพระจันทร์กับทงเฮของเขา

วันนี้เขาออกมายืนมองพระจันทร์อีกครั้ง.....แต่ขาดคนที่คอยส่งเสียงเจื้อยแจ้วชวนคุยเหมือนทุกครา

แต่แล้ว....เสียงลั่นของชิงช้าที่เหมือนจะดังแว่วมาจากที่ไหนซักแห่งใกล้ๆนี้ กำลังเรียกร้องความสนใจให้คนตัวสูงหันกลับไปดู


ที่ข้างล่างนั่น.....ที่สนามเด็กเล่นนั้น..... 'คน' ที่เขาไม่อยากจะเห็นหน้ากำลังแกว่งไกวชิงช้าอย่างเดียวดายพร้อมกับอุ้มลูกหมาสีดำเอาไว้ในอ้อมกอด



เหมาะแล้ว.....ที่คนอย่างอีซองมินจะได้ลองลิ้มรส
'ความอ้างว้าง'
ดูซะบ้าง
คิดพลางเดินกลับเข้าห้องอย่างไม่คิดแม้แต่จะปรายตามองอีกต่อไป



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




#@^%$


เสียงหม้อ ไห ถ้วย ชาม กระทบกันดังจนรบกวนการนอนของร่างสูงตั้งแต่เช้ามืด คยูฮยอนยื่นแขนออกมาจากผ้าห่มหนานุ่มเพื่อที่จะหยิบนาฬิกาบนหัวเตียงขึ้นมาดู

"เพิ่งจะ 6 โมงเองนี่หว่า 'มัน' จะรีบไปไหน"
หลังจากที่มองนาฬิกาแล้วก็ให้อารมณ์หงุดหงิดอีกจนได้ ร่างสูงพยายามที่จะข่มตาให้หลับลงอีกครั้ง แต่คราวนี้เห็นทีจะ.....



โครม!!!!!!


เสียงของตกที่ดูท่าแล้วจะไม่น้อยอยู่เหมือนกันช่วยดึงความสนใจของชายหนุ่มไว้ได้ชะงัดนัก
ร่างสูงรีบลุกออกจากที่นอน รีบสาวเท้าไปยังต้นเสียงที่คาดว่าน่าจะเป็นห้องครัวที่ 'คนๆนั้น' ชอบเข้าไปหมกตัวทุกเช้า

ชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้โดยแท้!!!

สภาพห้องครัวที่ปรากฎแก่สายตาผู้มาใหม่แทบจะเรียกว่า "ดูไม่ได้" เพราะของทุกอย่างหล่นลงมาเกลื่อนกลาดพื้นไปหมด ตั้งแต่ข้าวของจนถึงอาหารแช่แข็ง ทำเอาคนที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับโมโหสุดขีด!!!

"นายนี่มัน....ตัวยุ่งชะมัด เห็นมั้ยว่าทำคนอื่นเค้าเดือดร้อนแค่ไหน"
ไม่พูดเปล่า ร่างสูงคว้าเอาแขนเล็กให้เจ้าตัวลุกขึ้นมารับรู้สภาพห้องครัวที่กำลังเป็นอยู่โดยไม่ออมแรงแม้แต่น้อย

"โอ๊ย!!!"
เสียงแห่งความเจ็บปวดที่แทบจะกลายเป็นกรีดร้องเมื่อมือใหญ่คว้าเอาแขนข้างที่มือเจ็บขึ้นมาแบบไม่บันยะบันยังจนเค้ากลั้นเสียงไม่ทัน

"อย่ามาทำอ่อนแอไปหน่อยเลย จับแขนแค่นี้ทำเป็นโอดโอย เอ๊ะ!!....."
ประโยคตัดพ้อต่อว่าขาดห้วงไปเมื่อคยูฮยอนเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่มือของคนตัวเล็กมีผ้าพันแผลสีขาวพันอยู่โดยรอบ



ถึงแม้คนๆนี้ จะเป็นคนที่เขาเกลียดซักแค่ไหน......แต่เคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนกัน มันก็อดที่จะห่วงไม่ได้....



"นี่เป็นอะไรไปอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็นมาตั้งแต่เมื่อวาน"
เสียงห้าวเอ่ยถามคนตัวเล็กอย่างคาดคั้น ในสายตาของอีซองมิน เสียงนั้นดูจะติดรำคาญอยู่ไม่น้อย

"ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นิดหน่อย ช่างมันเหอะ"

คยูฮยอนไม่พูดอะไรมาก แค่เพียงเดินเข้าไปหยิบกุญแจรถยนตร์ออกมาจากห้องนอนแล้วลากคนตัวเล็กออกไปพร้อมๆกัน


เป็นปฏิกิริยาที่ทำเอาอีซองมินถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน คนตัวเล็กไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ต้องลากเค้าออกไปข้างนอกในเวลาเช้าขนาดนี้ด้วย อย่าบอกนะ....ว่าจะพาเค้าไปโรงพยาบาล ไม่นะ....เค้าเกลียดกลิ่นยา เกลียดกลิ่นสารเคมี ไม่เอาแล้ว...ไม่อยากไป.....

ร่างเล็กที่ตอนนี้ถูกพันธนาการด้วยมือใหญ่พยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการบีบรัดของมือแกร่ง แต่ไม่ว่ายังไง ก็ไม่มีทีท่าว่าชายหนุ่มจะคลายแรงที่จับอยู่ลงเลย

ร่างสูงก็เหมือนจะไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตอนนี้สิ่งที่เขาทำเรียกว่าอะไร........



ห่วงเหรอ........ไม่มีทาง

กลัวจะไปอะไรไปเหรอ.......ไม่เคยอยู่ในความคิด



แล้วนี่.......เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่!!!!!!





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





"เอามือไปโดนอะไรมาถึงเป็นได้ขนาดนี้"
ร่างสูงในชุดกาวน์ที่นั่งอยู่ตรงหน้ามือสีหน้าไม่พอใจมากเมื่อได้เห็นแผลของผู้เป็นน้องชายตัวเอง

"พอดีว่าข้าวต้มมันหกใส่น่ะพี่อีทึก อย่ากังวลไปเลย ไม่เป็นอะไรมากหรอก"
บอกประโยคที่คนเป็นพี่เห็นว่ามันช่างอวดดีเหลือเกินออกไป ทั้งๆที่คนป่วยมีสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่กับการทำแผลครั้งนี้

"นี่ตกลงว่าพี่คิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมตามใจนายเนี่ย....ห๊า!!!.....เดี๋ยวก็เช็ดให้มือหลุดซะเลยนี่"
คำพูดที่แฝงอารมณ์นั้นช่างตรงกันข้ามกับการกระทำแสนอ่อนโยนของผู้เป็นพี่ชาย
แผลพุพองนี่น่ากลัวนักสำหรับชีวิตน้อยๆของน้องชายสุดที่รัก.......เขาไม่อยากให้น้องชายต้องเจ็บเลย.....ให้ตายสิ!!!

"นี่....ถ้าจะยกเลิกสัญญาเมื่อไหร่ บอกพี่ล่วงหน้านะ จะได้เตรียมข้าวของเอาไว้ให้ ถ้ามันเจ็บมากนัก.....ก็อย่าทน พี่มีน้องชายอยู่คนเดียว เรามีกันแค่ 2 คนแล้วนะ พี่ไม่อยากเสียคนที่พี่รักไปอีก เข้าใจมั้ย"

ใบหน้าอีซองมินพยักหงึกหงักพร้อมกับส่งรอยยิ้มอันสดใสให้กับพี่ชายคล้ายกับจะบอกว่า "ไม่เป็นไร"

ซองมิน.......นายช่างเหมือนเทวดาตัวน้อยๆซะเหลือเกิน.....บริสุทธิ์เกินกว่าจะยกให้ใคร

แต่หากเป็นความต้องการของเจ้าตัวเล็กแล้ว....ไม่ว่าจะเป็นอะไร....เค้าก็ให้ได้ทั้งนั้น....แม้แต่
"ชีวิต"


ร่างสูงเดินออกมาส่งน้องชายที่หน้าห้องตรวจพร้อมกับปรายตาไปทางชายหนุ่มผู้ซึ่งตัวเขาเองก็รู้จักดี....โจคยูฮยอน

"คยูฮยอน.....นายดูแลซองมินให้ดีกว่านี้หน่อยนะ เพราะพี่ไม่ได้ให้น้องชายพี่ไปอยู่กับนายเพื่อจะได้แผลกลับมาอย่างนี้"
คยูฮยอนก้มหัวน้อยๆเพื่อขอโทษ เพราะเคยเป็นพี่ชายที่สนิทกันมาก แต่หากมาตอนนี้ความรู้สึกในใจของคนตรงหน้าได้บอกให้ร่างโปร่งรับรู้ว่า....ถ้าหากซองมินเป็นอะไรไปด้วยน้ำมือเขาล่ะก็........

"ครับ....ผมจะดูแลซองมินให้ดีกว่านี้ครับ"
รับปากไปทั้งๆที่ในใจยังคงนิ่งเฉย ทำไมชั้นจะต้องไปรับผิดชอบชีวิตเลวๆของนายด้วยล่ะ....อีซองมิน

ถ้าเขาไม่เกรงใจพี่อีทึกล่ะก็..........

"คยูฮยอน...นายต้องรีบไปทำงานไม่ใช่เหรอ พี่ครับ ผมไปก่อนนะ"

"ถ้า 'เหงา' โทรมาหาพี่ก็ได้นะ พี่พร้อมที่จะคุยกับนายทุกเมื่อ"
บอกด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้ว่าคนพูด........เป็นห่วงมากแค่ไหน

"ไปนะครับ สวัสดีครับ"
คยูฮยอนก้มหัวให้น้อยๆก่อนที่จะเดินจูงมือเทวดาน้อยๆของเขาจากไป



อีทึกเห็น.....มือของชายหนุ่มที่เกาะกุมอยู่นั้น มันพร้อมที่จะปล่อยมือน้องชายของเขาได้ทุกเมื่อ!!!!




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





"ที่จริง...นายไม่ต้องลำบากพาชั้นมาที่นี่ก็ได้นะ เสียเวลานายเปล่าๆ"
คนตัวเล็กเอ่ยเบาๆพอจะให้คนที่กำลังขับรถได้ยิน แต่.....ก็ยังคงเหมือนทุกครั้ง

"นี่นาย....เป็นห่วงชั้นเหรอ"


"ก็แค่ไม่อยากให้มีใครมาตายในบ้าน"


รอยยิ้มสดใสหุบลงพร้อมกับสายตาที่ได้แต่เสมองมองออกไปข้างนอกกระจกรถ......เพื่อปิดบังอะไรบางอย่าง



รู้ดี.....ถ้าหากถามอย่างนี้แล้วจะได้คำตอบแบบไหนกลับมา

แม้จะรู้อยู่แล้ว....แต่ก็แอบตื่นเต้นไม่ได้ว่าซักวันหนึ่ง.....คำตอบที่แข็งกระด้างนั้นอาจจะเปลี่ยนไป

แล้ววันนั้น.....มันอยู่ที่ไหนล่ะ...อีซองมิน




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





Washington D.C., USA


"ตกลงว่าพี่หาได้รึยังครับ"
น้ำเสียงเคร่งขรึมเอ่ยพูดกับบุคคลในสายไม่ดังนัก ราวกับกลัวว่าจะมี 'บุคคลอื่น' เข้ามาได้ยินบทสนทนาของพวกเขา

"ตอนนี้กำลังหาอยู่นะ ขอความช่วยเหลือไปหลายประเทศแล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเลย"
น้ำเสียงซีเรียสบ่งบอกถึงความเครียดที่อยู่ในใจของคนปลายสายเป็นอย่างมาก

"ผมพยายามค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เนตและโรงพยาบาลหลายๆแห่ง แต่ก็ยังไม่เจอเลยครับ"
คิ้วหนาขมวดมุ่น เมื่อต้องตอบความเป็นจริงที่โหดร้ายให้กับพี่ชายคนสนิทรับรู้


"พี่เป็นห่วงเหลือเกิน....คิบอม พี่กลัว......กลัวว่าซักวันหนึ่งพี่จะเหลือตัวคนเดียว......."

"อย่าพูดอย่างนั้นสิครับพี่ ปัญหาทุกอย่างมันต้องมีทางแก้สิครับ นี่ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานไม่ใช่เหรอครับ"
เด็กหนุ่มนักเรียนนอกเอ่ยปลอบปลายสายไป ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่า.......เขากำลังปลอบใจตัวเอง.....

"เอาเถอะ......เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกที พี่รู้ว่านายก็ร้อนใจไม่แพ้พี่ แต่ก็นะ สิ่งที่เราทำได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ...รอ"
ปลายเสียงติดจะสั่นเล็กน้อย ก็เรื่องแบบนี้จะให้ทำใจยังไงกันล่ะ

"ครับ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ว่าแต่ว่า....ซองมินเป็นยังไงบ้างครับ ผมไม่ได้โทรศัพท์ไปหาเขามาพักนึงแล้วครับ พี่ไปเจอเขามาบ้างรึเปล่า"

"คิบอม......เมื่อเช้าเพื่อนนายพาซองมินมาให้พี่ทำแผลให้"

"ซองมินเป็นอะไรไปครับพี่ ทำไมถึงมีแผลได้ล่ะ"

"ซองมินบอกแค่ว่าเผลอทำข้าวต้มหก แต่พี่คิดว่าไม่น่าใช่ เพราะที่มือของซองมินนอกจากจะมีแผลพุพองแล้วยังมีรอยขีดข่วนอื่นอีก พี่คิดว่าน่าจะมาจากรอยบาดของชามกระเบื้องอะไรทำนองนั้น"

"แล้วพี่คิดว่า....."

"พี่พยายามจะไม่คิดอะไรทั้งนั้นนะ เพราะพี่เชื่อใจน้องชายพี่ ถ้าน้องชายพี่บอกว่าทนได้ พี่ก็จะแค่คอยดูอยู่ห่างๆ แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดน้องพี่เป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็....อย่าหาว่าพี่โหดร้ายกับเพื่อนนายเลยนะ....คิมคิบอม"
คำพูดของพี่อีทึกคำนี้ทำให้เขาถึงกับเผลอกัดริมฝีปากแน่น

ไม่ใช่เฉพาะพี่หรอกครับที่จะทำ.......ผมเองนี่แหล่ะ......จะเข้าไปขย้ำคอถึงที่เลย......

"คิบอม....นายมัวแต่ทำอะไรอยู่เนี่ย ได้เวลาออกไปเที่ยวกันแล้วนะ"
เสียงโวยวายของคนที่ชอบทำเสียงดังเริ่มเดินเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทุกที

"พี่ครับ ถ้าไงฝากดูแลซองมินด้วย ผมคงไม่ได้โทรไปหาเค้าเพราะเดี๋ยวเรื่องมันจะยุ่งยากเปล่าๆ ฝากบอกเค้าว่าผมยังอยู่ข้างๆเค้าเสมอนะครับ แค่นี้นะครับ ทงเฮมาแล้ว สวัสดีครับ"

ปลายสายตัดไปแล้ว แต่ประโยคที่เด็กคนนั้นคอยพร่ำพูดยังคงก้องอยู่ในหัวสมองของคุณหมอผู้เฉลียวฉลาด

อย่างแรกคือ.......ความหวังของพวกเขายังคงอยู่ไกลนัก

และอย่างที่สองคือ......น้องชายของเค้ายังมีเพื่อนแท้คนนั้นคอยเคียงข้างเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันซักแค่ไหน แต่คิมคิบอมก็ไม่เคยลืมที่จะนึกถึงเพื่อนที่ชื่ออีซองมินคนนี้เลย..........


.

.

.

.

[TBC]





---------------------------------------------------------------

Talk :::


ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาแต่งคู่โปรด ทั้งๆที่เป็นคู่โปรด แต่ก็ไม่เคยได้แต่งซักที

ด้วยความคิดเพียงชั่ววูบก้อทำให้แต่งฟิคได้

อาจจะป่วงไปบ้าง ต้องขออำภัย

ฟิคเรื่องเน้ มีที่มาจากประโยคจากปากผู้กำกับภาพยนตร์คนหนึ่งที่เราไปแกะเทปสัมภาษณ์ของเค้ามา

รู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ พี่ยอร์ช

 

 

 

 

edit @ 16 Nov 2007 22:39:02 by i_love_YooChun

edit @ 23 Dec 2007 23:06:38 by i_love_YooChun

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบเรื่องนี้อ่ะ

ตามมาจาก smfic อ่ะ

รอพาร์ท 5 อยู่นะคะ

แล้วเรื่อง how canฯ ก็รอเหมือนกันนะ

#1 By (202.28.117.232) on 2007-12-13 10:20

มาแว้วว
ทึกกี้ โผล่มาให้กรี๊ดใช่มิเนี่ยย
จบแล้วหรออ๊า
จาอ่านอีกงะ
เรื่องนี้ อิหยูไมมันสา มาน นี้ล่ะ
มินมันไปทำอะไรให้นักหนา หึหึ
จารอเรื่องต่อไปนะเจ๊
กิ๊บ

#2 By ^MaNGa-PruNE^ on 2007-12-18 11:47

ชอบจัง

#3 By I'm Yunwa on 2008-11-18 19:23