[SF FIC] :::: Inconsolable :::: [KyuMin] #2

posted on 23 Dec 2007 23:08 by iloveparkyoochun  in Inconsolable

 

 

[2]

มันผิดมากเลยเหรอ ที่ผมจะมีความรัก และคนที่ 'รัก'


มันผิดมากเลยเหรอ ที่ผมจะคว้าเอาคนที่ผม 'รัก' มาจากอ้อมกอดของคนอื่น


และมันผิดมากเลยเหรอ ที่ผมอยากจะมี 'เขา' คอยเดินเคียงข้างกันไปถึงแม้ว่าหัวใจของ 'เขา' จะอยู่ที่ 'คนอื่น' ก็ตาม......



ผมมันก็อย่างนี้แหล่ะ......อย่ามาสนใจผมเลย......





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





"คิบอม.....นายมัวแต่ทำอะไรอยู่น่ะ ไหนบอกว่าจะรีบพาชั้นออกไปเที่ยวแต่เช้าไง ให้ชั้นรอตั้งนานแล้วนะ"
เสียงกระเง้ากระงอดบ่งบอกถึงอาการงอนของคนตรงหน้า ก็เช้าวันเสาร์อย่างนี้ ใครกันล่ะที่เป็นคนปลุกเค้าขึ้นมาแต่เช้า สัญญาอย่างดีตั้งแต่เมื่อคืนว่าจะพาไปเที่ยว แล้วเด็กเรียนปริญญาโทอย่างคิมคิบอมก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะพาคนรักสนุกอย่างเค้าไปเที่ยวบ่อยๆ

ดังนั้นวันนี้....อีทงเฮขอใช้เวลาของคิมคิบอมให้คุ้มซักวัน

"ไป"
บอกพลางจับจูงมือคนตัวเล็กกว่าให้เดินตามออกไปด้วย

เพราะคำพูดสั้นๆเพียงคำเดียวของคิบอม ทำเอาทงเฮถึงกับเอ๋อไปเหมือนกัน

"นี่นายจะไม่บอกหน่อยเหรอว่าจะพาชั้นไปเที่ยวไหนน่ะ"

"แล้วนายอยากจะไปไหนล่ะ"

คำถามนี้ทำเอาคนตัวเล็กเอ๋อไปอีกรอบ
ก็ตัวเองเป็นคนชวนแท้ๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะพาเค้าไปเที่ยวไหนเนี่ยนะ


นายมันซื่อบื้อจริงๆเลย....คิมคิบอม



"นายนี่กวนประสาทชั้นไม่เปลี่ยนเลยนะ ชั้นไม่เคยรู้จักซะหน่อย ไอ้อเมริกง อเมริกาอะไรเนี่ย เพราะไอ้สัญญาบ้าๆนั่นแท้ๆ ชั้นถึงต้องมาอยู่นี่เนี่ย ชิ"
ทงเฮเริ่มหงุดหงิดเมื่อคิดไปถึงสัญญาระหว่างเพื่อน..........เพื่อนที่อีทงเฮนึกอิจฉาอยู่เสมอ

"อีทงเฮ......นายลองคิดดีๆสิ ว่าเป็นเพราะ 'อะไร' กันแน่ที่ทำให้นายต้องมาอยู่ตรงนี้......กับชั้น"
คิมคิบอมรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นักเมื่อได้ยินคำพูดของคนตัวเล็ก เหมือนกับว่ามันเป็นความผิดของเพื่อนรักของเขาที่ทำให้เจ้าตัวต้องมายืนอยู่บนผืนแผ่นดินที่ห่างไกลจาก 'คนรัก' ตั้งหลายพันกิโล



รักกันดีเหลือเกินนะ.......รักกันบนน้ำตาของคนอื่น........รักกันบนความทุกข์ของเพื่อนตัวเอง........



"ทำไมนายต้องเป็นห่วงซองมินขนาดนั้นด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย นายก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าซองมินน่ะ......รัก 'แฟน' ชั้นมากขนาดไหน"
ร่างเล็กพูดจาใส่คนตัวสูงกว่าด้วยท่าทีและสายตาประชดประชัน


สายตา....ที่คิมคิบอมคิดว่ามันไม่น่ารักเอาซะเลย
สายตาอิจฉาของอีทงเฮ!!!!!!


คิบอมมองไม่ผิดหรอก เพราะสายตานี้เขาเห็นอีทงเฮใช้มองเพื่อนรักของเขาบ่อยขนาดไหน

.......ก็ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกล่ะมั้ง!!!!!!.........



"เอาเหอะ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดก็แล้วกัน เผอิญว่าชั้นไม่ค่อยชอบ 'แย่ง' ของๆใครหรอก โดยเฉพาะของๆ 'เพื่อน' น่ะ"
พูดออกไปโดยเจตนาให้คนฟังได้คิดซะบ้าง แต่สงสัยว่าคนตัวเล็กคงอยากจะกระโดดบีบคอเขาซะมากกว่า

"นายนี่มัน....ปากร้ายสุดๆเลย ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกันนะ...ชั้น"

"จะทำไมเหรอ"

รอยยิ้มกวนๆ......รอยยิ้มประจำตัวของคิมคิบอม ทำเอาทงเฮถึงกับสะดุดไป

"ชิ........ฝากเอาไว้ก่อนเหอะ แล้วนี่ตกลงว่านายจะพาชั้นไปไหน.....ห๊า"
เมื่อทำอะไรไม่ได้ คนตัวเล็กก็เปลี่ยนเรื่อง เป็นอย่างนี้ทุกทีสิน้า....อีทงเฮ

"วันนี้ว่างทั้งวัน อากาศก็ดี ไปเดินเที่ยวให้ทั่วเมืองดีกว่า"
ร่างสูงบอกอย่างอารมณ์ดีเพียงเพราะอยากจะยั่วโมโหใครบางคนเท่านั้น

"เดินเหรอ.......นายนี่มันแข็งแรงเนาะ ชั้นคงเดินไม่ไหวหรอก แบกชั้นไปได้มั้ย"
ร่างเล็กไม่วายบ่นออกมา แต่ในใจก็อยากลองเดินเที่ยวดูเหมือนกัน แต่....ก็แค่อยากยั่วโมโหใครบางคน...ก็เท่านั้น

"ถ้างั้นก็ไม่ต้องไป"
สั้นๆ...ง่ายๆ....นี่แหล่ะคิมคิบอม

"โอ๊ะๆๆๆๆ ไปสิ ไป เดินก็ได้น้า อยู่มาตั้ง 2 เดือนแล้วยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนจริงๆจังๆเลยนี่นา วันๆคนพาเที่ยวก็มัวแต่เรียนหนังสือ ชั้นยังรู้สึกเหมือนอยู่มกโพยังไงยังงั้นเลย นายนี่มันแย่จริงๆ"
เสียงตัดพ้อต่อว่าของ 'เพื่อนสนิท' อีกคนทำให้รอยยิ้มบางๆเปื้อนในหน้าของเด็กนักเรียนนอก

"บ่นจริง นายก็ต้องเรียนภาษาเหมือนกันนี่ บ่นแต่คนอื่น"

ทงเฮได้แต่ทำปากยื่นไปให้.......รู้ทันไปซะหมดเลยนะ

"เปลี่ยนใจแล้ว วันนี้ชั้นจะขับรถพานายไปซื้อของที่ Outlet เมืองใกล้ๆแทน ชั้นเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าของที่บ้านหมด"

"อ้าว!!!!!!!!.......นายทำงี้ได้ไงอ่ะ ไหนบอกแล้วว่าจะพาไปเดินเที่ยวไง ผิดคำพูดนี่นา"
ท่าทางที่กำลังจะเดินกลับที่พักของเพื่อนทำเอาคนตัวเล็กร้องเสียงหลง.......ทำไมกล้า!!!

"ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าของที่บ้านหมด แล้วก็สุดสัปดาห์หน้าเป็นวัน Memorial Day ของที่นี่พอดี ถ้ามาเดินเที่ยววันนั้น ชั้นว่านายจะต้องสนุกกว่าเดินวันนี้แน่ๆ......เชื่อชั้นสิ"
ไม่ฟังเสียงคนตัวเล็ก.....แถมยังมีหน้ามาบอกว่าจะพามาเดินเที่ยววันหลังอีก.....ให้มันได้อย่างนี้สิ...คิมคิบอม!!!!

ไม่ต้องพูดอะไรมาก ทงเฮหยิบโทรศัพท์เครื่องจิ๋วออกมาจากกระเป๋า นิ้วเรียวพร้อมที่จะกดสายด่วนที่ตั้งรอไว้แล้ว

ทันทีที่คนตัวเล็กจรดนิ้วไปยังปุ่มหมายเลข 1 ฝามือถือก็ปิดลง!!!!!


คงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนทำ........



"โอ๊ย!!! นี่...นายจะป่าเถื่อนไปถึงไหนเนี่ย ปิดลงมาได้ มันจะหนีบนิ้วชั้นอยู่แล้วนะ"
ต่อว่าต่อขานร่างสูงพร้อมกับลูบคลำมือข้างขวาของตัวเองป้อยๆ

"เมื่อกี๊นายกำลังจะโทรหาใคร"
น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยออกมาพร้อมกับสายตาดุดันที่จ้องมอง......ท่าทางอย่างนี้ ทงเฮไม่ชอบเลย

"ก็...ก็...คยูฮยอนไง...จะให้ชั้นโทรหาใครได้อีกล่ะ"
ร่างเล็กสั่นน้อยๆเพราะสายตาของคิบอมมันเหมือนจะฆ่าเค้าตรงนี้ได้เลย

"นายจะผิดสัญญางั้นสิ.....อีทงเฮ"
เกลียดนัก.....พวกไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น!!!!

"ก็...นายอ่า....ไม่สนใจชั้น....ไม่ตามใจชั้นบ้างเลย"
คำพูดตะกุกตะกักนั้น ไมได้ทำให้คนตรงหน้าใจอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย

"ชั้นมันไม่ใช่พวกที่จะมาคอยตามใจใคร 'เพื่อน' อย่างชั้นก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ นายยังไม่ชินอีกหรือไง"
น้ำเสียงแดกดันของคนตรงหน้าทำให้คนตัวเล็กกว่าเริ่มมีน้ำโหบ้างแล้ว
อยากจะประชดใครก็ประชดไป แต่อย่ามาประชดคนอย่างอีทงเฮ!!!!

"ใช่สิ......ชั้นไม่ใช่ 'เพื่อนรัก' ที่นายจะมาคอยตามใจกันทุกฝีก้าวนี่นะ แต่จำไว้.....ถ้านายยังทำเป็นเหมือนไม่สนใจชั้นอีกล่ะก็ โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้มันจะต่อสายตรงถึง 'แฟน' ชั้นแน่นอน"
สายตาแข็งกร้าวที่ตวัดมอง 'เพื่อน' ตรงหน้า พร้อมกับคำพูดที่แดกดันไม่แพ้กัน ทำให้ดวงตาคนตัวสูงวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธ พร้อมกันนั้นคิบอมก็ไม่รู้ตัวเลยว่ามือแกร่งได้ส่งแรงกดหนักไปที่ข้อมือของคนตัวเล็กจนแดงช้ำ
อีทงเฮ.......นายนี่มันไม่เคยคิดโทษตัวเองบ้างเลยใช่มั้ย!!!!!

"อย่าหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นให้บ่อยเกินไปก็แล้วกัน เพราะเดี๋ยวมันจะ 'พัง' ซะก่อนที่นายจะได้ใช้"
เสียงขู่อันเย็นเยียบ.....สีหน้าที่เคร่งขรึม......และท่าทางที่น่ากลัว ทำเอาร่างเล็กขนลุกกลางวันแสกๆ!!!!
ริมฝีปากเม้มบางสั่นระริกเหมือนกำลังกลั้นไม่ให้คำพูดอื่นใดเผลอหลุดรอดออกมา
โกรธ....โมโห.....หงุดหงิดเป็นที่สุด เมื่อคนตรงหน้าทำท่าเหมือนว่าตัวเค้าผิดซะเต็มประตู


ทำไม......โมโหแทนกันมากใช่มั้ย รัก 'มัน' มากใช่มั้ยคิมคิบอม นายถึงไม่เคยเห็น 'เพื่อน' คนนี้อยู่ในสายตา!!!!


เมื่อเห็นว่าดวงตาสวยคู่นั้นเริ่มมีหยดน้ำคลอหน่วย คิบอมก็เพิ่งรู้สึกว่าตนเองทำรุนแรงเกินไป
มือแกร่งเปลี่ยนจากการกดหนักเป็นเกาะกุมไว้เบาๆแล้วเริ่มออกแรงจูงให้คนตัวเล็กเดินตามโดยที่ไม่ได้พูดอะไรซักคำ
แม้กระทั่งคำว่า......ขอโทษ

ทงเฮงุนงงกับอาการที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าของ 'เพื่อน' ตัวเอง




บางที.......นายก็ทำเป็นไม่สนใจชั้น.......

บางที........นายก็คอยแต่จะหาเรื่องชั้น........


....แต่บางที.....นายก็ทำเหมือนชั้นเป็น 'คนสำคัญ' ของนาย.......


นายจะเอายังไงกันแน่...คิมคิบอม






- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





ทั้งๆที่เพิ่งจะเริ่มเข้าฤดูร้อนแท้ๆแต่ท้องฟ้าปลายเดือนพฤษภาคมอย่างวันนี้กลับดูครึ้มฟ้าครึ้มฝนตั้งแต่เช้า


สงสัยจะเป็นฝนหลงฤดูแน่ๆ.......ซองมินคิด


หลังจากที่ผ่านมาได้ 3-4 วัน แผลพุพองที่อยู่บนมือน้อยก็เริ่มจะหายดี คงจะเหลือไว้แต่แผลเป็นที่ยากเกินจะรักษาเพราะเจ้าตัวปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป
คนตัวเล็กไม่คิดจะโทษใคร.......และไม่คิดจะสนใจด้วยซ้ำ........


เพราะถ้าคยูฮยอนอยากให้เค้าเจ็บปวด.....เค้าก็ยินดีที่จะรับมัน......และไม่คิดจะกลับไปแก้ไขด้วย........


ข้าวต้มร้อนๆส่งกลิ่มหอมขึ้นมาจากในหม้อ ทำเอาร่างสูงที่กำลังนั่งเหม่อมองโมบายแขวนกรอบประตูระเบียงต้องหันกลับมามองท่าทางมีความสุขของร่างเล็กที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะกำลังสนุกกับการทำกับข้าวซะเหลือเกิน


'ทำอยู่ได้ทุกวัน ทำทั้งๆที่รู้ว่าจะไม่มีใครกิน....ก็ยังทำ นายนี่มันยังไงกันแน่นะ........อีซองมิน นายจะช่วยเกลียดชั้นแล้วรีบหนีไปไกลๆได้มั้ย ก่อนที่ชั้นจะเกลียดนายไปมากกว่านี้'
ร่างสูงคิดอยู่ในใจไม่นานก็กลับไปมองเจ้าโมบายทำมือที่แขวนอยู่ที่กรอบประตูอีกครั้ง
ภาพของ 'คนให้' ผุดขึ้นมาในจินตนาการ

.
.
.
.

'คยูฮยอน.......ชั้นให้นายนะ'
เด็กหนุ่มร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือตามเสียงเรียกนั้น คนตัวเล็กเอ่ยเสียงดังตรงหน้าเขาในขณะที่ไม่มีใครอยู่ในห้องเรียนแล้ว
เขาทั้งสองอยู่มัธยมปลายห้องเดียวกันและชอบที่จะนั่งรอ 'เพื่อนสนิท' ต่างห้องอีกสองคนในห้องเรียนตัวเองอย่างวันนี้

คยูฮยอนมีสีหน้างุนงงเล็กน้อยกับโมบายรูปร่างน่ารักที่ตอนนี้มันถูกยื่นมาตรงหน้าเขา
วันนี้เจ้า 'เพื่อน' ตัวดีมีอะไรมาแกล้งเขาอีกล่ะ

ดูเหมือนว่าทงเฮจะเดาอาการเหวอของคนตรงหน้าออก ก็เลยจัดการเฉลยคำตอบให้เสร็จสรรพ

'นายลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้วันอะไร'
ตาแป๋วๆของทงเฮที่จ้องกลับมา ทำเอาหนอนหนังสืออย่างเขาต้องเหวอมากขึ้นไปอีก

'นายอย่าบอกนะว่า นายเครียดกับการสอบจนลืมวันเกิดตัวเองน่ะ....คยูฮยอน'

ใช่สิ......วันนี้มันวันเกิดตัวเขาเองนี่นา นี่เขาคงจะหมกมุ่นกับการสอบมากไปอย่างที่ทงเฮว่าจริงๆนั่นแหล่ะ
แต่ที่น่าแปลกใจมากกว่าก็เห็นจะเป็นไอ้ของขวัญที่ทงเฮกำลังยื่นใส่หน้าเขาเนี่ยแหล่ะ เกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมาล่ะ ทุกปีไม่เห็นจะเคยให้ ปีนี้มาแปลกแฮะ

'Happy Birth Day นะ โจคยูฮยอน แก่ขึ้นอีกปีแล้วสินะเนี่ย คยูของเราโตเป็นหนุ่มแล้ว ชั้นขอให้นายยิ่งโตยิ่งหล่อ ดูดีขึ้นอีกจนสาวๆกรี๊ดจมเลยดีมั้ย'
เสียงอวยพรเจื้อยแจ้วนั้น ทำเอาเจ้าของวันเกิดอดที่จะยิ้มไม่ได้......รอยยิ้มที่สว่างไสว
คยูฮยอนสังเกตว่าเขาไม่เคยเห็นโมบายอันนี้จากที่อื่น มันเป็นโมบายที่ใช้วัสดุไม่ยุ่งยากในการทำ หรือว่า......

'ทงเฮ.....นายไปซื้อโมบายอันนี้มาจากที่ไหนเหรอ ชั้นไม่เห็นจะคุ้นเลยนะ'

รู้สึกเหมือนกำลังมีใครแอบดูพวกเขา 2 คนอยู่จากที่ไหนซักที่
แต่....นั่นไม่ใช่ประเด็นที่อีทงเฮจะสนใจ เค้าสนใจ 'เพื่อน' ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเค้ามากกว่า

'นายจะเชื่อมั้ยถ้าชั้นจะบอกว่า......ชั้นใช้เวลาตั้งนานกว่าจะทำมันขึ้นมาได้น่ะ ชั้นทำขึ้นมาเพื่อนายโดยเฉพาะเลยนะ'
น้ำเสียงขลาดเขินที่เจ้าตัวพูดออกมา เหมือนว่าคยูฮยอนจะเริ่มรับรู้อะไรบางอย่างที่ซ่อนมาในน้ำเสียงน่ารักนั่น

'แล้ว.....ทำไม......นายถึงเลือกที่จะทำโมบายประดิษฐ์ให้กับชั้นล่ะ'
อยากรู้นัก......เหตุผลของ 'เพื่อน' ตัวเล็ก กับคำพูดที่บ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง


'ความหมายของโมบายอันนี้สำหรับชั้นก็คือ อยู่เคียงข้างนายตลอดไป เพราะเมื่อเวลาที่ชั้นไม่ได้อยู่ใกล้ๆนาย ถ้านายแขวนมันไว้กับกรอบหน้าต่างที่บ้าน เมื่อลมพัดมามันก็จะเกิดเสียง........เสียงที่คอยบอกว่า ชั้นยังอยู่ข้างๆนายเสมอยังไงล่ะ'



.............ชั้นยังอยู่ข้างๆนายเสมอ..............


.
.
.
.
.

"คยูฮยอน......มากินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะไปทำงานสายเปล่าๆนะ"
เสียงที่ไม่อยากได้ยินมากที่สุดปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์

นี่เค้าคิดถึงอีทงเฮขนาดนี้เชียวเหรอ
ก็คงจะไม่แปลกหรอก ในเมื่อสัญญาบ้าๆนั่นห้ามถึงขนาดไม่ให้โทรติดต่อกันยกเว้นจะเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆเท่านั้น

คิดแล้วก็ให้หงุดหงิดอีกรอบกับคำสัญญาที่งี่เง่าที่สุดเท่าที่เค้าเคยได้ยินมา



นายมันงี่เง่า.......อีซองมิน




มองดูนาฬิกาที่ฝาผนังแล้วก็ลุกขึ้นไปหยิบเสื้อนอกสูทขึ้นมาเตรียมจะก้าวออกจากบ้านทั้งๆที่ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 1 ชั่วโมงครึ่ง
ร่างสูงไม่อยากโดนคนตัวเล็กเซ้าซี้ให้กินข้าวเช้าก่อนไปทำงานจนต้องระเบิดอารมณ์ออกมาเหมือนเมื่อวันนั้นจึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกไปให้เร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่ไวเท่าความห่วงใยของร่างบางที่มีให้ร่างสูงเสมอ......และตลอดมา

"คยูฮยอน.......วันนี้นายจะไม่กินข้าวเช้าก็ไม่เป็นไรนะ แต่พกร่มติดรถไปด้วย เพราะเมื่อวันนั้นชั้นจำได้ว่านายเอาออกมาใช้แล้วยังไม่ได้เอาไปไว้ในรถเหมือนเดิม เอาไปนะ.....เผื่อว่าฝนตกจะได้มีร่มไว้ใช้"
พูดพลางเกาะแขนร่างสูงเอาไว้ก่อน ไม่งั้นเป็นได้รีบปิดประตูใส่หน้าเค้าก่อนที่จะพูดจบแน่ๆ


คยูฮยอนเหลือบตามองร่มขนาดกลางสีดำตัดขอบชมพูที่คนตัวเล็กกำลังหยิบยื่นให้อยู่ก็เบือนหน้าหนี

เขายอมรับว่าลืมเอาร่มไปไว้ในรถและควรที่จะรับมันมาจากคนตรงหน้าซะ


แต่......เขาหยิ่งเกินไปที่จะรับ 'ความหวังดี' มาจากคนที่เขา 'เกลียด'


"เรื่องของผม ถ้าอยากอยู่อย่างสงบๆ กรุณาอย่ามาวุ่นวายกับผมให้มากนัก"
เมื่อหมดเรื่องที่จะพูด ร่างสูงก็สะบัดแขนให้พ้นจากการเกาะกุมของร่างเล็กที่ตอนนี้ได้แต่ทำหน้าอ่อนใจกับความดื้อดึง พร้อมกับปิดประตูใส่หน้าเหมือนทุกวันๆที่ผ่านมา

อีซองมินไม่เคยโกรธเคืองผู้ชายที่ชื่อโจคยูฮยอนเลยซักนิด เพราะผู้ชายคนนี้ไม่เคยโกรธใครโดยไม่มีเหตุผล
แต่........ตอนนี้เค้าอดที่จะเป็นห่วง 'เพื่อนรัก' ไม่ได้

นี่ถ้าฝนตกจะทำยังไงล่ะ....ถึงแม้ว่าจะมีรถก็เถอะ


แต่.......อะไรๆก็เกิดขึ้นได้.......ใครจะรู้...........




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





ฝนที่ตกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสายกำลังทำให้รองผู้บริหารบริษัทส่งออกอันดับ 2 ของเกาหลีอย่างโจคยูฮยอนหงุดหงิดเป็นที่สุด
จะเพราะอะไรซะอีกถ้าไม่ใช่เจ้ารถคันเก่งเกิดมาดับกลางทางเอาซะดื้อๆ แล้วโทรศัพท์มือถือสุดหรูก็ดันมาดับเพราะแบทหมดอีก


เอ้า!!!!.....เอาเข้าไป......ชีวิตเขามันคงจะไม่มีอะไรร้ายแรงไปกว่านี้อีกแล้วล่ะมั้ง


แอบเห็นว่าข้างหน้ามีป้ายรถเมล์อยู่ใกล้ๆ ถ้าวิ่งไปหลบฝนที่นั่นก็คงจะเป็นความคิดที่เข้าท่าดี
คิดได้ดังนั้นแล้วก็มองหาร่มที่น่าจะมีติดรถเอาไว้


แต่!!!! สมองอันชาญฉลาดก็นึกขึ้นได้ในทันที เขาไม่ได้รับร่มมาจากอีซองมินนี่นา!!!!



ดีจริงๆ.......ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้ว!!!!!


เอาเถอะ เปียกนิดเปียกหน่อยคงจะไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้ง
ว่าแล้วร่างสูงก็รีบล็อครถแล้ววิ่งไปนั่งรอฝนซาที่ป้ายรถเมล์ด้วยสภาพที่เรียกได้ว่าเหมือน "ลูกหมาตกน้ำ" ก็คงจะไม่ผิดนัก



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




"สองทุ่มแล้วนะ ทำไมยังไม่กลับมาอีกล่ะ รึว่าจะเป็นอะไรไป"
อีซองมินผุดลุกผุดนั่ง เดินไปเดินมาเพราะเป็นห่วงคนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา 'บ้าน' ซักที
ฝนข้างนอกก็ไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเหมือนกัน

"สงสัยจะไม่ใช่ฝนหลงฤดูซะแล้วสิ"
คิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กก็เอาเสื้อกันฝนมาสวมพร้อมกับถือร่มออกไปด้วย 2 คัน


ไม่ได้คิดอะไรมากเลยที่เดินออกไปตามหา.........

ก็แค่คิดว่าอาจจะไปติดฝนอยู่ที่ไหนซักแห่ง.......ก็เท่านั้น

ก็กลัวว่าจะนั่งหนาวอยู่ที่ป้ายรถเมล์อย่างที่เคยเป็น......ก็เท่านั้นเอง


ถ้าโจคยูฮยอนเกิดเป็นอะไรไป.....อีซองมินคงทนอยู่ไม่ได้......




ชั้นรักนายนะ........คยูฮยอน


.
.
.
.
.
.

ค่อยๆเดินไปตามถนนที่ทอดยาวสู่ที่ทำงานของร่างสูง
เสียงหอบหายใจเล็ดลอดออกมาเป็นระยะๆทั้งๆที่ซองมินไม่ได้วิ่งเลยซักนิด

สงสัยเค้าคงจะไม่ถูกโรคกับอากาศเย็นจริงๆซะแล้วสิ

ร่างเล็กยังคงเดินตามหาคนคุ้นตาต่อไป ทั้งๆที่เริ่มจะหายใจติดขัดขึ้นทุกที

"แค่กๆ....แค่ก....แค่กๆๆ.......อ๊ะ!!!!"
ในขณะที่กำลังก้มหน้าหยิบยาอยู่นั้น พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนนั่งกอดตัวเองอยู่ที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้า
ท่าทางของร่างสูงเหมือนเมื่อวันนั้นไม่มีผิด


นายหนาวมากใช่มั้ยคยูฮยอน..........

นายไม่ต้องกลัวนะ.........ชั้นมาแล้ว.........อีซองมินมาอยู่ข้างๆนายแล้วไง..........



อาจจะเป็นเพราะห่วงชายหนุ่มที่ป้ายรถเมล์มากกว่าตัวเองทำให้อีซองมินไม่คิดที่จะพ่นยาเพื่อลดอาการหอบอย่างที่ตั้งใจไว้แต่ทีแรก
เค้ารีบเก็บมันใส่กระเป๋าตามเดิมและเร่งฝีเท้าให้เข้าใกล้ป้ายรถเมล์ให้มากที่สุด


แต่แปลก........อาการหอบที่เป็นอยู่หายเป็นปลิดทิ้งโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้สังเกต!!!!


"คยูฮยอน......ชั้นเอาร่มมาให้นาย......กลับบ้านกันเถอะนะ"



ชั่วขณะหนึ่งที่ร่างสูงหันไปมองต้นเสียง........

เขาคิดถึงทงเฮ.............


แต่ทำไมต้องเป็นเวลานี้ด้วยนะที่ 'คนๆนี้' จะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเขา......เวลาที่เขาต้องการใครซักคนมาอยู่ข้างๆ

เมื่อเห็นว่าร่างสูงไม่มีทีท่าว่าจะลุกจากเก้าอี้ง่ายๆทั้งๆที่ตัวเองนั่งหนาวสั่นจนจะแข็งตายอยู่แล้ว ก็ทำให้คนตัวเล็กต้องมัดมือชก

อีซองมินเดินเข้าไปยืนต่อหน้าชายหนุ่มที่ตอนนี้ได้แต่มองการกระทำของคนตัวเล็กอย่างไม่เข้าใจแล้วถอดเสื้อกันหนาวชั้นนอกออกจากตัว ใส่ทับให้กับร่างสูง พร้อมทั้งกางร่มอีกคันแล้วจับมันยัดใส่มือเรียวยาวนั้น

"คยูฮยอน........กลับบ้านกันเถอะนะ"

ถึงแม้ว่าน้ำเสียงที่พูดนั้นจะอ่อนอกอ่อนใจมากแค่ไหน แต่ร่างของชายหนุ่มก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยซักนิด
ก็ในเมื่อเขาไม่อยากกลับบ้านพร้อมกับคนๆนี้...........

"ถ้านายไม่อยากเดินกลับบ้านพร้อมชั้น......ชั้นให้นายเดินกลับบ้านไปก่อนเลย ชั้นจะนั่งรออยู่ตรงนี้ พอนายกลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่ก็โทรศัพท์มาบอกชั้น หลังจากนั้นชั้นค่อยเดินกลับ........โอเคมั้ย"

ไม่ต้องพูดอะไรอีกให้มากความ ร่างสูงก็ลุกจากเก้าอี้ทันที พร้อมกับเดินกลับไปตามทางที่ร่างเล็กเดินมาโดยไม่ได้เอ่ยปากชวนให้ 'ใครอีกคน' กลับบ้านพร้อมกับเขา




คนตัวเล็กรู้ดีถึงสิ่งที่ชายหนุ่มพยายามจะสื่อความหมาย......แต่เค้าไม่อยากจะรับรู้........

อยากบอกว่าเสียใจ.......ที่หัวใจดวงนี้รับรู้ทุกสิ่งที่ร่างสูงแสดงออกมา

ไม่อยากเห็นหน้าเค้าขนาดนั้นเลยเหรอ......ไม่อยากเห็นหน้าอีซองมินขนาดนี้เลยเหรอ

ใช่สิ.....เพราะเค้าเห็น ในดวงตาคู่นั้นของคยูฮยอน........มันบอกว่ามีแต่ชื่อของทงเฮอยู่เต็มไปหมด



ไม่เป็นไรนะซองมิน........ถ้าเค้าคนนั้นอยากให้นายรอ นายก็ต้องรอ.......เข้าใจมั้ย!!!!!!




ร่างเล็กเริ่มสั่น อากาศรอบข้างค่อยๆเย็นลงเรื่อยๆจนทำให้คนตัวเล็กต้องพยายามกระชับเสื้อกันหนาวตัวบางกับเสื้อกันฝนเข้าหาตัวให้มากขึ้นอีก
มือขวาควานหาขวดยาพ่นที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าใบย่อมสีชมพู.....ในขณะที่เค้ากำลังจะหายใจไม่ออก!!!!!!

"........แค่กๆๆ......ฮึก....ฮึก........แค่กๆ.......ฮึก......"


คยูฮยอน.......ครั้งนี้นายอย่าเพิ่งใจร้ายกับชั้นมากนักนะ.......ชั้นยังอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออีก 10 เดือนนี้กับนาย............


นายอย่าเพิ่งทำให้ชั้นต้องถอดใจไปเสียก่อนนะ......คยูฮยอน......





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

สายฝนที่เริ่มตกมาตั้งแต่ช่วงเย็นยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลงบ้างเลย
อากาศที่เย็นลงเรื่อยๆเริ่มทำให้ร่างสูงตระหนักว่าตัวเขาเองควรจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด



ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงใคร.......

ก็แค่กลัวว่าตัวเองจะไม่สบายก็เท่านั้น......



"ซองมิน....นายควรจะมาตั้งนานแล้ว....ทำไมนายถึงเพิ่งจะมา ทำไมนายถึงเพิ่งจะมาเอาตอนนี้ ในเมื่อนายเคยทำให้ 'ใครคนหนึ่ง' ต้องรอ คราวนี้....นายก็สมควรที่จะต้องรอบ้าง เข้าใจมั้ย....อีซองมิน"
ร่างสูงพูดกับตัวเองเหมือนกำลังนึกถึงเรื่องบางเรื่องที่เคยผ่านมา......นานแล้ว

แต่แทนที่ร่างสูงจะทำตามสิ่งที่คิด


เขากลับสาวเท้าให้เร็วขึ้น.......จนกลายเป็นวิ่งในที่สุด!!!!


คยูฮยอน....นายมันโง่......ทำไมนายถึงไม่ปล่อยให้สมองของนายทำงานบ้าง

นายยังเจ็บไม่พออีกใช่มั้ย......นายยังไม่เข็ดอีกใช่มั้ย.......

.

.

.

.

'นายมานั่งทำอะไรตรงนี้....คยูฮยอน'
เสียงที่ร่างสูงคุ้นเคยทักขึ้น......อีทงเฮ นายมาทำอะไรแถวนี้!!!!

เด็กหนุ่มที่นั่งหนาวสั่นตรงป้ายรถเมล์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นออกไป
ในขณะที่ฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย....จะให้เขาตอบทงเฮว่ามารอ 'ใคร' อย่างนั้นเหรอ

'กลับบ้านกันเถอะ.....คยูฮยอน ชั้นจะไปส่งนายเอง'
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กกว่า.......แต่ก็ยังคงเงียบ

'ให้ชั้นเดา.......นายต้องมารอใครซักคน แต่ชั้นว่า ใครคนนั้นคงไม่มาแล้วล่ะ'

ใช่สินะ.......'ใครคนนั้น' คงจะไม่มาแล้วล่ะ ก็ปล่อยให้เขารอภายใต้สภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างนี้มา 1 ชั่วโมงครึ่งแล้ว


......แต่.......


'ขอนั่งตรงนี้อีกซัก 10 นาทีได้มั้ย......ถ้าพ้น 10 นาทีนี้ไป ชั้นจะ 'ไป' กับนาย....ทงเฮ'


พระเจ้าครับ......ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมยังไม่เคยรบกวนท่านเลย ผมไม่เคยทำตัวไม่ดี ผมเชื่อฟังพ่อแม่มาตลอด
ถ้าผมจะขอพรกับท่าน.....ท่านจะให้ผมได้มั้ยครับ
ผมไม่ขออะไรมากหรอกครับ.....ขอแค่.....

ภายใน 10 นาทีนี้......'เขาคนนั้น' เดินเข้ามาหาผม......

แค่นั้นเองครับ........

ผมขอแค่นั้น.......จริงๆ.........

.

.

.

.

เมื่อคนตัวเล็กเดินทางกลับมาถึงอพาร์ทเมนต์แล้ว ดวงตาคู่สวยก็มองหาร่างสูงในขณะที่ตัวเองก็ยังคงใส่ชุดเดิมอยู่

"หวังว่าคงจะอาบน้ำเข้านอนไปแล้วนะ"
คิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กจึงเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องคยูฮยอนแล้วถือวิสาสะลองบิดลูกบิดประตูดู.....เผื่อว่าเขาอาจจะลืมล็อคห้อง
เค้าไม่อยากรบกวนร่างสูง.....แต่ก็อยากให้แน่ใจว่าเข้านอนไปแล้วจริงๆ

และก็เป็นไปตามที่เค้าคาด......ประตูห้องไม่ได้ล็อค!!!!!

ซองมินค่อยๆแง้มประตูออกดูก็พบว่าร่างคุ้นตากำลังนอนอยู่ภายใต้ผ้าห่มนวมหนานุ่มอุ่นสบาย


แค่นี้แหล่ะ.....ที่อีซองมินคนนี้อยากจะเห็น......


คนตัวเล็กเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้อยู่อย่างหนึ่ง......ก็ตอนนี้เค้ายืนสั่นยิ่งกว่าลูกนกซะอีก
แค่เพียงแว๊บเดียว อีซองมินก็พาตัวเองเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่ตัวเค้าจะรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้

"อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ......อดทนอีกแค่หน่อยเดียวเอง ขอร้องล่ะ"
พูดกับตัวเองพร้อมทั้งจ้องมองเม็ดยาที่วางเรียงกันอยู่ในอุ้งมือ
ถ้าไม่กินกันเอาไว้ก่อน เค้าอาจจะทำ 'เรื่องเล็ก' ให้กลายเป็น 'เรื่องใหญ่' ก็ได้
ดีไม่ดี.....พี่อีทึกต้องมาตามเอาตัวเค้ากลับไปอยู่ด้วยแน่ๆ


ผมขอโทษนะครับพี่อีทึก......ที่จริงผมก็อยากอยู่กับพี่ให้มากๆ......ผมไม่อยากให้พี่ต้องอยู่ตัวคนเดียวเลย......

....แต่ตอนนี้......ผมขอทำตามใจซักครั้งก่อนนะครับ......



และเมื่อถึงเวลานั้น......ผมจะกลับไปอยู่กับพี่......ทั้งชีวิตของผมเลย....






- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





ซองมินรู้สึกว่าวันนี้เค้าเหนื่อยมากกว่าปกติ สงสัยจะเป็นเพราะอากาศที่ผิดแปลกไปก็ได้ล่ะมั้ง
ร่างเล็กพยายามที่จะไม่คิดอะไรมาก เพราะถึงคิดมากไปตัวเค้าเองก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
ดวงตาคู่สวยค่อยๆปรือปรอยลงเพราะความอ่อนเพลียที่รุมเร้า



แต่....นี่คยูฮยอนกินยาไปรึยัง!!!!!!!



ทำไมเค้าถึงลืมคิดเรื่องนี้ไปได้......ทำไมเค้าถึงแย่อย่างนี้
ทั้งๆที่รู้อยู่ว่า 'เพื่อนคนนี้' ป่วยง่ายแค่ไหน......แต่เค้าก็ยังลืม



อีซองมิน.....นายนี่มันไม่ได้เรื่องเลย!!!!



เพียงไม่ถึง 2 นาที ร่างเล็กก็จัดยาแก้หวัดและน้ำใส่ถาดอย่างดี เดินไปเคาะประตูห้องเพราะถึงยังไงเค้าก็ต้องปลุกร่างสูงอยู่แล้ว ถ้าคยูฮยอนรู้ว่าเค้าถือวิสาสะล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวล่ะก็.....มีหวังซองมินต้องโดน 'คนใจร้าย' เฉดหัวออกจากบ้านแน่ๆ



ก๊อกๆๆ



"คยูฮยอนอา....นายทานยาไปรึยัง"

"............"

"คยูฮยอน.....ตื่นขึ้นมาทานยาหน่อยนะ"

"..........."

"คยูฮยอน.....ถ้านายยังไม่ส่งเสียงล่ะก็ชั้นจะเปิดเข้าไปล่ะนะ"

"มีอะไร"
ชายหนุ่มเอ่ยตอบเสียงเรียบ นั่นทำให้ซองมินรู้ว่าเมื่อกี๊ชายหนุ่มไม่ได้กำลังหลับ งั้นก็แสดงว่าตอนนี้เขาต้องโกรธมากแน่ๆที่รู้ว่ามีคนแอบเปิดประตูเข้าไปดู

"เอ่อ...ชั้นเอายามาให้น่ะ เห็นนายนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์แล้วตัวเปียกๆก็เลยคิดว่าพรุ่งนี้นายอาจจะเป็นหวัดก็ได้"

"เอาวางไว้หน้าห้อง"

"ชั้นเอาวางไว้หน้าห้องแล้วน้า ถ้าไงก็......รีบออกมาทานซะล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบาย......"

"คุณไปนอนได้แล้ว ไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก.......ชีวิตผม ผมดูแลมันได้อยู่แล้ว"

"อือ"
ซองมินตอบรับคนในห้องได้เพียงแค่นั้นจริงๆ พร้อมกับความเหนื่อยล้าที่เข้ามาเกาะกุมหัวใจให้เจ็บชา

ร่างเล็กค่อยๆเดินเข้าห้องนอน แต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปมองถาดยาที่วางอยู่หน้าประตูบานนั้น



อีกนานมั้ย......ที่นายจะเปิดประตูออกมาทานยาซักที

แล้วอีกนานมั้ย.......ที่นายจะเปิดหัวใจให้กับผู้ชายที่ชื่อ "อีซองมิน" ........คนที่กำลังอยู่กับนายคนนี้บ้าง






- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





"คุณหมออีทึกคะ.....ท่านผู้อำนวยการเชวให้ไปพบที่ห้องค่ะ"

"ขอบคุณมากครับ"
คุณหมอหนุ่มเอ่ยขอบคุณด้วยท่าทางสุภาพ พร้อมกับลุกออกจากโต๊ะทำงานประจำ

"มาถึงซักทีสินะ"
รอยยิ้มแห่งความดีใจผุดขึ้นบนใบหน้าของคุณหมอผู้แสนจะสุขุม....และเย็นชา
.

.

.

"สวัสดีครับท่านผู้อำนวยการเชว มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ"
ร่างสูงกล่าวทักทายพร้อมก้มหัวให้กับผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้บุนวมทางด้านซ้ายของห้อง

"อีทึก....ถ้าขืนเธอยังพูดจาอย่างนี้กับชั้นอีก ชั้นจะจัดการส่ง 'เจ้านั่น' กลับไปเรียนต่อที่อเมริกาเหมือนเดิม"
เสียงท่านผู้อำนวยการเชวดูเหมือนเด็กขี้งอนมากกว่าที่จะเป็นผู้อำนวยการมาดขรึม ก็คนที่อีทึกเรียกว่าผู้อำนวยการน่ะ ออกจะสนิทกับพ่อของคุณหมอหนุ่มอยู่ไม่น้อย แล้วยิ่งเมื่อตอนที่ 2 พี่น้องต้องมาเสียเสาหลักของบ้านไป ก็มีเขานี่แหล่ะที่คอยสนับสนุน 2 พี่น้องทุกอย่าง



อีทึกชายหนุ่มผู้มีท่าทางเคร่งขรึมตลอดเวลา...เขาคงจะยิ้มเป็นก็เฉพาะตอนที่อยู่ต่อหน้าน้องชายกับตัวเขาที่เปรียบเสมือน 'ญาติ' เท่านั้นล่ะมั้ง



ส่วนอีซองมิน...เด็กผู้ชายที่มีแต่ความหวังดีให้กับคนรอบข้าง โดยที่บางทีก็ไม่ค่อยจะคิดถึงตัวเองซักเท่าไหร่


โชคชะตาไม่น่ามาเล่นตลกกับ 2 พี่น้องนี่เลยจริงๆ


"ผมก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นล่ะครับคุณลุง แล้วคุณลุงมีอะไรรึเปล่าครับถึงเรียกผมขึ้นมา"

"เธอไม่ต้องทำมาเป็นไม่รู้หน่อยเลย อันที่จริง....เธอนับวันรอเลยไม่ใช่เหรอ....อีทึก"
ผู้สูงวัยกว่ากล่าวยั่วเย้าทำเอาร่างสูงหลุดยิ้มออกมา

"ยิ้มออกมาได้ซักทีนะ....อีทึก ชั้นไม่อยากเห็นเธอทำหน้าเหมือนทุกอย่างมันสิ้นหวังไปซะหมด คราวนี้เธอคงจะสบายใจไปได้เปราะนึงแล้วนะ"
ผู้อำนวยการเชวกล่าวอย่างพอใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มที่เขาแทบจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้เห็นครั้งล่าสุดเมื่อไหร่

"แล้วตอนนี้ 'เค้า' อยู่ไหนล่ะครับ"
หมอหนุ่มถามถึง 'ใครบางคน' ด้วยน้ำเสียงร้อนรน จนแทบจะปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด

"มันไปเข้าห้องน้ำน่ะ อ้าว....มาพอดีเลย ชีวอน...รีบมานั่งนี่สิ"
ผู้อาวุโสเอ่ยเรียกหลานชายแท้ๆให้มานั่งตรงข้ามกับหมอหนุ่มมือหนึ่งของโรงพยาบาล

ใบหน้าขาวสะอาดลับกับผมรองทรงสั้นอย่างดี ปากรูปกระจับยกยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้คุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อน ยิ่งในดวงตาที่เหมือนกับลูกแก้วนั่น......



เฮ้อ........หมอที่หน้าตาเจ้าชู้กว่านี้มีอีกมั้ย!!!!!



"ชั้นขอแนะนำให้รู้จักเลยก็แล้วกันนะ นี่.....หลานชายชั้น นายแพทย์เชว ชีวอน เรียนมาทางด้านที่นายต้องการโดยโดยตรง แถมเจ้านี่ยังเคยมีประสบการณ์รักษาคนไข้จริงมาแล้ว ที่จริงเจ้านี่กำลังจะทำเรื่องเรียนต่ออีกสาขานึง แต่พอดีชั้นใช้เส้นดึงตัวมันมาจากพ่อกับแม่มันก่อน เดี๋ยวถ้าเสร็จงานเมื่อไหร่ค่อยเอาไปคืน"
ผู้อำนวยการเชวแนะนำหลานชายตัวเองด้วยท่าทางสนิทสนมมากๆ ทำเอาอีทึกอดที่จะยิ้มขำไม่ได้

"สวัสดีครับ ผม....นายแพทย์เชวชีวอนครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ........"

"อ่อ.........นี่นายแพทย์อีทึก นายแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลนี้ คนที่ลุงเคยเล่าให้ฟังว่าลุงสนิทกับพ่อของเขามากไง จำได้รึยัง"

"สวัสดีครับ ผม....นายแพทย์อีทึกครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ"
อีทึกก้มหัวให้อีกฝ่ายน้อยๆเพื่อเป็นการทักทายอย่างผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมารยาทมาอย่างดี

"อ๋อ......ผมจำได้แล้วครับ ที่ลุงบอกว่า 'พี่' เขาเป็นคนฉลาดมากๆเลยใช่มั้ยล่ะ"

'พี่' เหรอ??????
หมอหนุ่มแอบคิดในใจ

"ถูกแล้ว.......ต่อไปนี้นายก็ทำงานกับพี่อีทึกเค้าดีๆล่ะ ตั้งใจทำงานนะว้อย ชั้นจ้างแกมาแพง รู้ไว้ซะด้วย แล้วดูแลน้องชายเค้าให้ดีๆ ไม่ใช่ไปมัวเถลไถลที่ไหน....เข้าใจมั้ย"
ผู้อำนวยการเชวยังคงสั่งเจ้าหลานชายตัวดีต่อไป ในขณะที่ตอนนี้มีหมอหนุ่มอีกคนยืนอึ้งไปแล้ว


'คนๆนี้อายุอ่อนกว่าเค้าอีกเหรอ ทั้งๆที่จบปริญญาเอกเฉพาะทางแล้วเนี่ยนะ สงสัยบ้านนี้คงจะสมองดีทุกคนแน่ๆ'
อีทึกลอบมอง 'คนมาใหม่' ตรงหน้าพร้อมกับขบคิดไปด้วย

"อีทึก...ถ้ามีปัญหาอะไรก็รายงานชั้นได้ตลอดเลยนะ ชั้นจ้างมันมาให้เธอแล้ว เธอจะใช้งานมันหนักแค่ไหนก็ได้ ตามสบายเลย"

"โห...ลุงอ่ะ ผมไม่ได้เป็นคนมีปัญหาซะหน่อย"

"ขอบพระคุณมากครับคุณลุง ถ้าไม่ได้คุณลุงผมกับน้องคงจะแย่กว่านี้"
หมอหนุ่มกล่าวขอบคุณด้วยท่าทางที่สุภาพ

"ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้เล็กน้อย ถ้าเทียบกับเรื่องของน้องเธอน่ะนะ"

"ถ้างั้นผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ"

"เดี๋ยวก่อนอีทึก เอาไอ้หลานตัวดีนี่ไปด้วย นี่ก็ใกล้จะออกเวรแล้วไม่ใช่เหรอ เอามันไปนั่งพูดคุยทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก่อน หรือถ้าอยากจะให้มัน 'ทำงาน' เลยชั้นก็ไม่ว่านะ"
ผู้อำนวยการเชวดันหลังหลานชาย ถ้าจะพูดให้ถูกคือ ถีบหลานชายคนโปรดให้ไปอยู่ในความอนุเคราะห์ของนายแพทย์หนุ่มอีทึกซะแล้ว

"โอ๊ย...ลุงไม่ต้องรุนแรงกับผมนักก็ได้ กลัวผมไม่อายคนอื่นรึไงนะ"
หลานชายคนโปรดโอดครวญกับการกระทำของผู้เป็นลุง

"ไปกันเถอะครับคุณหมอชีวอน ผมมีเรื่องที่จะต้องพูดกับคุณเยอะเลย"
อีทึกพยายามจะกลั้นหัวเราะที่เกือบจะหลุดออกมาใส่หน้านายแพทย์หนุ่มคนใหม่อยู่แล้ว

"ครับ ต่อจากนี้ไปผมจะเชื่อฟังพี่อีทึกทุกอย่างเลยครับ พี่มีอะไรบอกผมได้เลยนะครับ"
พูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มประจำตัวไปให้โดยหวังว่าจะสร้างความประทับใจแรกให้เกิดกับคนตรงหน้าบ้าง....นิดนึงก็ยังดี

"ครับ"
คำตอบรับสั้นๆ ทำเอาคนยิ้มถึงกับต้องหุบยิ้มเพราะตอนนี้คุณหมอผู้เคร่งขรึมกำลังเดินตรงไปที่ลิฟท์โดยที่ไม่คิดจะรอเขาบ้างเลย

'เป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย เมื่อกี๊ก็ยังดีๆอยู่เลยนี่นา'
นายแพทย์เชวชีวอนออกอาการงงกับพฤติกรรมของ 'เพื่อนร่วมงาน' คนล่าสุด แต่ก็เดินตามร่างโปร่งไปแต่โดยดี



คำพูดของนายแพทย์หนุ่มคนใหม่ทำเอาอีทึกถึงกับอึ้งไป

คำพูดของคนๆนี้.....ช่างเหมือนกับน้องชายสุดที่รักของเค้าเหลือเกิน



ซองมิน.....พี่ไม่ได้คุยกับนายมากี่วันแล้วนะ.....นายไม่คิดถึงพี่ชายคนนี้บ้างรึไง........

ซองมิน.....นายไม่ต้องห่วงแล้วนะ......ตอนนี้คนที่จะช่วยนายเค้ามาแล้ว.....ตอนนี้เค้าอยู่ข้างๆพี่แล้ว.....

ซองมิน.....พี่หวังว่านายจะยังคงมีความสุขอยู่.....ถึงแม้ว่านายจะไม่ได้อยู่กับพี่ก็ตาม...........




ซองมิน......พี่รักนายนะ.......


.

.

.

.

[TBC]







Talk ::::

กว่าจะเขียนพาร์ทนี้ออกมาได้ก็แทบกระอักเลือดอยู่เหมือนกัน

เพราะไม่รู้ว่าจะให้บอมโหดกะหมวยแค่ไหน(ก็ไม่ค่อยจะโหดซักเท่าไหร่นิ)

ส่วนที่ยากที่สุดก็คือการถ่ายทอดความรู้สึกของซองมินที่มีต่อคยูกี้ออกมา มันยากนะ เพราะกลัวว่าจะเขียนออกมาแล้วน่าเบื่อ(สงสัยจะน่าเบื่อจริงๆ TT^TT)

ตอนนี้คุณหมอสุดหล่ออย่างชีวอนออกมาแล้ว จะมาช่วยรักษาแผลใจซองมินรึเปล่า......อันนี้ไม่รู้นะ

แต่เอาเหอะ......คิบอมยังอยู่ทั้งคนนี่นา จะกลัวอารายยยยยยย

ขอบคุณคนอ่านทุกคนและขอบคุณทุกๆความเห็นนะคะ น้อมรับด้วยใจค่ะ

ชอบคนอ่าน.......รักคนเม้นท์นะคะ ^^


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry