[SF] :::: The Second Affair :::: [SiMin] Middle
posted on 09 Jan 2008 06:38 by iloveparkyoochun in Fiction
1 มกราคม
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป หลังจากที่ชีวอนตัดสินใจบอกสิ่งที่ 'ปิดบัง' หากแต่ก็สำคัญให้คนรักได้รับรู้ ชายหนุ่มเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าอาจจะต้องถูกคนตัวเล็กด่าว่าหรือพ่นคำประชดใส่หน้า หนักกว่าก็อาจจะทำร้ายร่างกายให้พอหายเจ็บใจ แต่ถ้าหนักที่สุด...คนตัวเล็กก็คง 'ขอเลิก' กับเขา
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ...เขาคงต้องทำอะไรซักอย่าง
ถึงใครจะว่าเขา 'เห็นแก่ตัว' แต่เขาก็จะไม่ยอมปล่อยมือที่จับไว้...เด็ดขาด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเปิดปากบอกออกไปแล้ว กลับทำให้ร่างสูงได้แต่รู้สึกผิดและอยากจะชดเชยในสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไป เมื่อ 'คนรัก' ของเขาได้แต่ตอบรับเบาๆและไม่แสดงอาการหึงหวงใดๆออกมาแม้แต่น้อย หากแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าเสียงที่เอ่ยออกมาของคนตัวเล็กดูเบาหวิวและว่างเปล่า...ไม่มีแม้แต่ความมั่นใจหลงเหลืออยู่เลย
ซองมินยื่นข้อเสนอให้กับเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย จนชายหนุ่มเดาไม่ออกว่าคนตัวเล็กกำลังคิดอะไรอยู่ ข้อเสนอธรรมดาๆที่ตอนท้ายเจ้าตัวอาจจะเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย หากแต่คนตัวเล็กก็ยืนยันแล้วว่าพอถึงเวลา...ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ร่างสูงยอมรับข้อเสนอและสัญญาว่าจะทำให้ได้อย่างที่ตกลงกันไว้ในวันนี้...รึเปล่า
.
.
"ชีวอน...นี่นายนัดคนอื่นแล้วทำตัวช้าซะเองเนี่ยนะ เฮอะ!!! เชื่อเขาเลย"
เสียงหวานเอ่ยบ่นคนตัวสูงที่ตอนนี้กำลังทำอะไรก็ไม่รู้ในห้องนอนตัวเอง ปล่อยให้คนถูกนัดต้องรออยู่ในห้องนั่งเล่นมาพักใหญ่แล้ว
"มาแล้วๆ กระต่ายน้อย...รอไม่นานใช่มั้ย ถ้างั้น...รีบไปกันเถอะ"
เหมือนจะรับรู้ถึงเสียงบ่นกะปอดกะแปดของคนตัวเล็ก ร่างสูงก็รีบเปิดประตูออกมายืนทำหน้าแป้นแล้นทันที ถึงแม้ว่าคนตัวสูงจะใช้เวลาแต่งองค์ทรงเครื่องนานไปซักหน่อย แต่มันก็เหมาะสมกับที่วันนี้คนทั้งคู่จะใช้เวลาในวันหยุดที่นานๆจะมีซักที ไปเดินซื้อของในห้างหรู
อย่าสงสัยถ้าคนอย่างอีซองมินจะยอมไปเดินห้างขูดทรัพย์อย่าง Harrods ดูบ้าง ถ้าไม่ใช่เพราะลูกตื๊อของคนตัวสูงนี่ เงินซักปอนด์...ห้างนี้ก็ไม่ได้แอ้มเขาหรอก
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องอยากให้ไปเดินเที่ยวด้วยกันนักหนา ทั้งๆที่วันนี้มันก็เป็นแค่...วันเกิดของเขา...เท่านั้นเอง
"ฮ้า ~~ ทำไมมันหนาวขึ้นกว่าเมื่อเช้าล่ะเนี่ย ทำไงดีล่ะทีนี้...ไม่ได้พกถุงมือติดมาด้วยเนี่ยสิ อีซองมินเอ๊ย...นายได้กลายเป็นหมูแช่แข็งแน่ๆคราวนี้"
เมื่อเปิดประตู้บ้านออกไป กระต่ายตัวน้อยก็ได้แต่บ่นเรื่องดินฟ้าอากาศที่เกิดผิดปกติขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
หากแต่ก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆความอุ่นวาบก็แผ่ซ่านจากฝ่ามือใหญ่สู่ใบหูเล็กของเจ้ากระต่ายน้อยที่ตอนนี้ได้แต่ก้มหน้างุดหลบสายตาคมที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยน
แก้มนวลขาวที่ตอนนี้ระเรื่อแดงไปด้วยเลือดฝาดช่างตรึงสายตาของร่างสูงนัก บวกกับอาการเขินอายที่ไม่ได้เสแสร้งปรุงแต่งให้ผิดวิสัย ทำให้ชายหนุ่มยังอยากจะแกล้งเจ้ากระต่ายตัวน้อยในอุ้งมือนี้ต่อไป หากไม่ติดตรงสภาพอากศที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยเลยนี่สิ
คนหล่อ...เซ็ง!!!
"อุ่นขึ้นมั้ย...อีซองมิน"
ถามออกไปทั้งๆที่มือก็ยังคงแนบอยู่ที่หูของคนตัวเล็ก
"อือ" >.<
"อุ่นขึ้นก็ดีแล้วล่ะ แต่พอดีว่าชั้นคงต้องใช้มือทำอะไรอย่างอื่นอีก เพราะฉะนั้น.....เอาเจ้านี่ไปใส่ก่อนก็แล้วกันนะ"
ชายหนุ่มต้องชักมือกลับอย่างแสนเสียดาย แต่ก็ดึงเอา earmuff สีชมพูอ่อนสดใสออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท แล้วบรรจงครอบลงไปที่หูของคนตัวเล็กที่ตอนนี้สีแก้มช่างเข้ากับ earmuff ที่เขาตั้งใจเลือกซื้อมาซะจริง
อีซองมิน...นายอย่าทำตัวให้น่ารักมากไปกว่านี้จะได้มั้ย เดี๋ยวก็อุ้มเข้าบ้านซะเลยนี่!!!
"แล้วก็นี่.....ใส่เอาไว้ มือจะได้ไม่แข็ง เดี๋ยวเกิดนิ้วหลุดขึ้นมา พี่คังอินได้ฆ่าชั้นตายแน่ๆ ในฐานะที่เป็น 'แฟน' แต่ดันดูแล 'นิ้ว' ของแฟนตัวเองไม่ได้"
ชีวอนหยิบถุงมือสีเข้าชุดกับ earmuff ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทอีกด้าน แล้วค่อยๆสวมให้กับมือขาวที่กำลังสั่นน้อยๆอยู่ตรงหน้า ทำเอาคนกำลังเขินยิ่งเขินหนักเข้าไปอีก แต่ก็ต้องหลุดขำเมื่อได้ยินคำพูดแอบ 'กัด' พี่ชายที่เคารพ เพราะใครๆก็รู้ว่าพี่ชายใจดีคนนี้หวงเจ้าน้องชายตัวเล็กขนาดไหน
ปากดีนัก...เดี๋ยวก็เอาไปฟ้องพี่คังอินซะเลยนี่
แล้วคนตัวเล็กก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆร่างสูงของชายหนุ่มก็นั่งหันหลังลงตรงหน้าเขา
นี่คิดจะทำอะไรอีกล่ะเนี่ย...พ่อสุภาพบุรุษ
"ขึ้นมาบนหลังชั้นสิ...เจ้ากระต่ายน้อย อากาศเย็นๆแบบนี้ เดินๆไปเดี๋ยวก็ได้เข่าบวมกันอีกพอดี มา!!! รีบๆขึ้นมาเถอะ...หนาวจะแย่อยู่แล้ว"
เพียงแค่คำพูดประโยคเดียวของ 'คนรัก' ก็ทำเอาน้ำตาของคนตัวเล็กรื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
นี่เขาขี้แยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน กะอีแค่คนตัวสูงจำได้ว่าเข่าของเขาจะบวมในช่วงเวลาอากาศหนาว...ก็แค่นั้น
เรื่องแค่นี้เอง...ทำไมถึงได้มีน้ำตาง่ายขนาดนี้นะ
"อ๋อ!!! เรื่องนั้นน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พอดีว่าเมื่อวันนั้นชั้นเดินขึ้นลงบันไดบ่อยไปหน่อย เข่าก็เลยจะบวมง่ายกว่าปกติ แต่วันนี้คงไม่เป็นอะไรหรอก ไม่งั้นชั้นคงได้แต่นอนจำศีลอยู่ในถ้ำเหมือนหมีไปแล้วล่ะ"
สองมือเล็กรีบเช็ดหยาดน้ำใสออกอย่างลวกๆ เพราะไม่อยากให้คนตัวสูงรู้ว่าเขาอ่อนแอมากแค่ไหนเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น 'คนรัก' ของตัวเอง
ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นช้าๆแล้วหันมาโอบคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอุ่น พร้อมกับบรรจงประทับริมฝีปากเรียวลงบนหน้าผากมนของเจ้ากระต่ายตัวน้อย ดวงตากลมแป๋วเหลือบมองคนตัวสูงเหมือนกับจะถามอะไรซักอย่าง หากแต่เจ้าตัวจะรู้หรือไม่...ดวงตาช่างสงสัยคู่นั้น มันช่างทำให้เลือดหนุ่มในกายของเขาสูบฉีดแรงมากขึ้นทุกที จนต้องพยายามหักห้าม 'ความต้องการ' ที่เกิดขึ้นไปซะทุกครั้ง
บริสุทธิ์...เกินกว่าจะ 'ทำอะไร' มากไปกว่านี้
"ถ้างั้น...สัญญานะว่าถ้าเริ่มปวดเข่าเมื่อไหร่ ซองมินจะต้องบอกชั้นก่อนเลย...เข้าใจมั้ย เอางี้...ถ้ากระต่ายน้อยไม่ยอมขึ้นหลังคนหล่อไปเที่ยวห้าง คนหล่อให้ยืมมือเจ้ากระต่ายน้อยเดินควงซักวัน ไม่คิดตังค์ด้วย...ดีมั้ย"
เอากับเขาสิ บทจะโรแมนติกก็เล่นได้เนียนซะเหลือเกินนะ...คุณชายเชว
"นายไม่คิดตังค์ แต่ชั้นคิด จ่ายมาก่อนเลย 5 ปอนด์ ค่ามัดจำ เดินควงครบหนึ่งชั่วโมงคิดอีก 5 ปอนด์ วันนี้เดินกี่ชั่วโมงก็บวกไป ชัดมั้ย...คุณชายเชว"
"ไม่ต้องห่วงหรอก...ซองมิน เดี๋ยวจะ 'จ่าย' ให้ทบต้นทบดอกเลย แต่ต้องรอกลับมาบ้านก่อนนะ"
และ 'กระต่าย' ก็ต้องหน้าแดงเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้เมื่อคนตัวสูงกระซิบเสียงแผ่วอยู่ข้าง earmuff สีสวย ถ้าเพียงแค่เขาหันไปตามเสียงนั้น...งานนี้ได้ 'เป็นเรื่อง' แน่ๆ
"อ้าว!!! จะรีบไปไหนล่ะนั่น รอชั้นด้วยสิ...อีซองมิน ไม่อยากได้ตังค์แล้วรึไง"
แล้วคนตัวสูงก็ต้องออกแรงวิ่งไล่ตาม 'กระต่าย' อีกรอบ
กว่าชั้นจะจับนายได้อยู่หมัด ก็เล่นเอาซะเหนื่อยเลยนะ...อีซองมิน
"เออ ใช่!!! ชีวอน ชั้นลืมถามอะไรนายไปอย่างน่ะ"
ร่างเล็กหยุดวิ่งชั่วคราว ใบหน้าหวานหันกลับมามอง 'คนรัก' ที่วิ่งตามมาติดๆ
"ว่ามาเลย ชั้นตอบซองมินได้ทุกคำถามอยู่แล้วล่ะ"
"ทำไมนายไม่เย็บกระเป๋าเสื้อโค้ทนั่นเอาไว้ตรงหน้าท้องซะเลยล่ะ"
"....???...."
"มัวแต่ยืนเอ๋ออยู่นั่นแหล่ะ ไม่ตามมารึไง อ่อ...นายต้องจ่ายชั้นมา 5 ปอนด์ โทษฐานที่นายตอบคำถามชั้นไม่ได้"
คนตัวเล็กวิ่งไปไกลแล้วหากแต่ชีวอนยังคงนิ่งกับคำถามที่ 'คนรัก' เพิ่งจะถามไปเมื่อครู่
แต่อีก 5 วินาทีต่อมาเขาก็ต้องหลุดขำพรืดกับมุกกระต่ายๆของอีซองมิน
นี่คนตัวเล็กเห็นเขาเป็น 'โดราเอมอน' ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย
แต่ถ้าเขาจะเป็นจริงๆ....ก็คงจะเป็นให้คนตัวเล็กแค่คนเดียวเท่านั้นแหล่ะ
.
.
เป็นไปตามที่ชายหนุ่มคาด ห้างสุดหรูอย่าง Harrods ไม่ทำให้เขาต้องผิดหวังจริงๆ เมื่อคนตัวเล็กดูจะตื่นตาตื่นใจกับสินค้าที่อยู่ในช็อปต่างๆ แต่เมื่อเดินเข้าไปดูป้ายราคาที่ติดเอาไว้ กระต่ายน้อยก็กลับสู่โหมด 'งก' เหมือนเดิม ตินั่น บ่นนี่ จนในที่สุดก็ยังไม่ได้อะไรมาให้เขาต้องถือเลยแม้แต่ถุงเดียว
แต่ข้อดีมันก็มีอยู่เหมือนกันนะ
ก็มือของเขาจะได้ว่างพอที่จะจับมือเล็กนั่นตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไงล่ะ...แค่เนี้ย ดีพอรึยังล่ะครับ
ชายหนุ่มกำลังรอจังหวะที่คนตัวเล็กอาจจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หรือไปเดินดูของคนเดียว เหตุเพราะร่างสูงอยากจะปลีกตัวเพื่อไปรับ 'ของ' ที่สั่งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่รอแล้วรอเล่า คนตัวเล็กก็ไม่มีทีท่าว่าจะขอตัวไปไหนซักที จนเขาเกือบจะเอ่ยปากขอตัวไปซะเอง แต่แล้วอยู่ๆคนตัวเล็กก็บังเอิญไปสะดุดตาของในช็อปๆนึงเข้า โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากขอตัว ซองมินก็ไล่ให้เขาออกไปเดินเล่นดูของแถวนี้ก่อน ช่างเป็นโชคดีของคุณชายเชวโดยแท้
ชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมสะดุดตาใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเมืองผู้ดีหรือชาวเอเชียที่มาเดินซื้อของต่างก็ให้ความสนใจในร่างสูงสมส่วนราวกับนายแบบที่หลุดออกมาจากแคทวอล์ค หากแต่ชีวอนก็ไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่าร้านเครื่องประดับที่อยู่ตรงหัวมุมใกล้กับบันไดเลื่อน และที่สำคัญ...ร้านนี้ห่างออกมาจากร้านที่ซองมินกำลังเดินดูของเพียงแค่ห้าร้านเท่านั้น นั่นแสดงว่าเขามีเวลาเพียงไม่นานที่จะมา 'รับของ' ที่สั่งไว้
"เชวชีวอนครับ"
ชายหนุ่มแจ้งชื่อและแสดงใบมัดจำของทางร้านให้กับพนักงานสาวผมบลอนด์ที่ลอบมองเขาตาเป็นมัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนชายหนุ่มอาจจะรู้สึกภูมิใจในหน้าตาของตัวเองที่ดึงดูดให้คนรอบตัวหันมาสนใจเขาได้ แต่เมื่อได้มาเจอกับอีซองมิน คนตัวเล็กทำให้เขารู้ว่าหน้าตาอันหล่อเหลาที่พ่อแม่ให้เขามาตั้งแต่เกิดนั้น ไม่ได้ช่วยให้เจ้ากระต่ายหลงรักเขาเลยแม้แต่น้อย หากแต่เป็นนิสัยที่ค่อยๆเปลี่ยนไปของเขาต่างหาก ที่ทำให้คนตัวเล็กเริ่มพูดดีกับเขา ยอมให้เขาเข้าใกล้ และยอมให้เขา 'รัก' ในที่สุด
ในขณะที่พนักงานสาวคนเดิมยื่นถุงผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินมาให้และชายหนุ่มกำลังจ่ายเงินจำนวนที่เหลืออยู่นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น 'บางอย่าง' ที่สะท้อนแสงไฟในตู้โชว์ มันช่างโดดเด่น...สะดุดตา
เพียงแค่เห็น...ก็ให้นึกถึง 'ใครคนนั้น' ขึ้นมา
"ผมขอดู 'ชิ้นนั้น' หน่อยครับ"
ร่างสูงตัดสินใจขอดู 'ของชิ้นนั้น' ด้วยตาใกล้ๆ ขอสัมผัส 'มัน' ด้วยมือของตัวเอง
อยากรู้เหลือเกิน ว่าของที่กำลังอยู่ในมือนี้ จะควรค่ามากพอกับ 'ใครคนนั้น' รึเปล่า
และแล้วเชวชีวอนก็ตัดสินใจซื้อ 'ของสิ่งนั้น' มาอีกชิ้น...พร้อมๆกัน
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง
นี่เขาไม่ได้ทำผิดซักหน่อย ก็แค่ 'หลบ' มาทำอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง
"ชีวอน...ตอนนี้อยู่ไหน ชั้นซื้อของเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะเดินไปหา จะได้กลับไปที่ร้านพี่คังอินกัน"
"เอ่อ...ซองมิน...ซองมินยังอยู่ที่ร้านเดิมรึเปล่า เดี๋ยวชั้นเดินไปหาดีกว่านะ ไม่ต้องลำบากเดินมาหรอก เดี๋ยวจะหลงเอา"
"อือ...ถ้างั้นชั้นรออยู่หน้าร้านนะ นายนี่ก็ปัญญาอ่อนเนาะ ใครมันจะบ้าเดินหลงห้าง Harrods ได้ รีบๆมาเลยนะ เดี๋ยวโดนพี่คังอินว่าอีก"
เฮอะ!!!ใครมันจะบ้าเดินหลงห้าง Harrods งั้นเหรอ ก็ชั้นไง...อีซองมิน ชั้นเองที่เคยเป็นคนบ้าคนนั้นน่ะ
ร่างสูงรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดที่เหมือนหลอกด่านั่น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็คนตัวเล็กไม่เคยรู้ซักหน่อยว่าตัวเขาเคยเดินหลงห้างนี้นี่นา คิดมากไปได้น่า...เชวชีวอน
ร่างสูงสลัดความคิดจิตตกออกไปจากหัวกลมๆ แล้วรีบเดินไปสมทบกับ 'คนรัก' ที่กำลังยืนรอเขาอยู่หน้าร้านช็อคโกแลตยี่ห้อดัง อีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเก็บ 'ของ' ทั้งสองสิ่งเอาไว้ใน 'กระเป๋าโดราเอมอน' ข้างๆตัวอย่างมิดชิด
แต่...เมื่อกี๊ซองมินเข้าไปซื้อของร้านนี้รึไงนะ เอ้อ!!! ช่างมันเถอะ
แล้วคนทั้งสองก็รีบออกเดินทางไปที่ร้าน 'จางเวิน' ก่อนที่พี่หมีจะอาละวาดจนถ้ำแตก!!!
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
"เชวชีวอน...นายนี่มันชอบพาน้องชายของชั้นเถลไถลอยู่เรื่อยเลยนะ วันนี้ชั้นอุตส่าห์ใจดีหยุดงานให้หนึ่งวัน แถมยังปิดร้านเลี้ยงฉลองวันเกิดแฟนนายอีก นายนี่มันแย่จริงๆเลย"
เสียงพี่ใหญ่ของร้านดังโล้งเล้งตั้งแต่ร่างสูงเริ่มผลักประตูร้านเข้ามาข้างใน เพราะนัดเอาไว้ตั้งแต่สี่โมงเย็นเพื่อที่ว่าจะได้มาทำอาหารเตรียมเอาไว้ก่อน แต่นี่ผู้ช่วยกุ๊กอันดับหนึ่งมาเลทซะตั้งเกือบชั่วโมง ทำให้คังอินต้องใช้บริการของผู้ช่วยกุ๊กอันดับสองอย่างรยออุคแทน ดังนั้นหน้าตาอาหารที่วางอยู่ยนโต๊ะอาจจะดูแปลกไปจากปกติที่เคยกินกัน จะโทษใครไม่ได้นอกซะจากคุณชายเชว ที่บังอาจพา 'คนฝีมือดี' หายหัวออกไปทั้งวัน
แต่ถึงแม้ว่าคนตัวเล็กจะเป็นคนเถลไถลซะเอง พี่ชายคนสนิทก็ไม่คิดจะว่า เพราะซองมินไม่เคยผิดอยู่แล้วในสายตาของพี่ใหญ่อย่างคังอิน
"โห...พี่คังอิน มาถึงก็สวดผมเลยนะ ลำเอียงชัดๆ"
"อย่ามาทำงอนใส่ชั้น เวลางอนนายไม่น่ารักเท่าซองมิน ยิ่งในสายตาชั้น...มันดูน่าถีบมากกว่า เพราะฉะนั้น...อย่างอน"
"ซองมิน...ชั้นช่วยพี่คังอินได้แค่นี้แหล่ะ ถึงมันจะดูไม่น่ากินไปซักหน่อย แต่ชั้นก็ตั้งใจช่วยพี่คังอินสุดฝีมือเลยนะ"
เพื่อนตัวเล็กเดินเข้ามาบอกเจ้าของวันเกิดด้วยท่าทางหงอยๆ ใครๆก็รู้...รยออุคไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านทำอาหารเลยซักกะนิด
"แค่นี้ก็ดีมากแล้วน้า ทีหลังไม่ต้องลำบากนายขนาดนี้ก็ได้ ชั้นเกรงใจ รอชั้นกลับมาก่อนแล้วค่อยทำก็ยังทันไม่ใช่เหรอ"
"ชั้นจะลำบากก็แค่วันนี้เท่านั้นแหล่ะ...ซองมิน ก็วันนี้มันวันเกิดนายนี่นา...จริงมั้ย"
ถึงแม้ประโยคที่รยออุคตอบมาจะดูแปร่งๆ แต่ซองมินก็ดึงเอาเพื่อนตัวน้อยเข้ามากอดอย่างซาบซึ้งจนรยออุคแทบขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ
"นี่นายอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย"
"ตบปากตัวเองยี่สิบทีเลยนะ"
แล้วร้าน 'จางเวิน' ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขของผู้ชายหน้าตาดี 4 คน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นในคืนแรกของปีใหม่
.
.
หลังจากที่ทั้งสี่หนุ่มลงมือจัดการอาหารฝีมือเจ้าของร้านที่รสชาติออกจะแปร่งๆอยู่ซักหน่อย แต่ก็เคล้าไปด้วยมิตรภาพและความผูกพันจนมาถึงเวลาแห่งการแหกปากแหกคอร้องโนแรปังอย่างสนุกสนานตามแบบฉบับคนเกาหลีของแท้แล้ว พี่ใหญ่ของร้านก็ได้ฤกษ์ตัดริบบิ้นมอบของขวัญที่แอบซุ่มซื้อเอาไว้ให้กับน้องชายคนสนิทเป็นคนแรก
"ของขวัญชิ้นนี้....สำหรับน้องชายสุดที่รักอย่างนาย...ซองมิน ทีแรกพี่คิดว่าจะซื้อบอกเซอร์สีชมพูให้ซะหน่อย เแต่เพราะมันดูไม่เหมาะกับลุคผู้ชายอบอุ่นอย่างพี่ เป็นไง...ชอบมั้ย"
เจ้าของวันเกิดจัดการแกะห่อของขวัญด้วยเวลาเพียง 5 วินาทีเท่านั้น ก็ต้องร้องว้าวขึ้นมาอย่างถูกใจ เมื่อในห่อกระดาษสีน้ำตาลนั้นมีผ้าพันคอผืนยาวสีชมพูสดอยู่
พี่ชายใจดีจัดการพันผ้าไหมพรมสีสวยนั่นรอบคอขาวของเจ้ากระต่ายตัวป้อม ในขณะที่คนตัวเล็กยังคงขำกับเหตุผลที่พี่ชายอย่างคังอินเลือกซื้อผ้าพันคอให้เขาแทนที่จะเป็นบอกเซอร์สีแสบตาที่เจ้าตัวชอบเอาของเขาไปซ่อนอยู่บ่อยๆ
"ปีนี้...พี่ก็ขอให้นายมีความสุขเหมือนปีที่ผ่านๆมา พี่ก็แค่...อยากจะเห็นนายยิ้มอย่างนี้ตลอดไป ก็แค่นี้แหล่ะ...คิดไม่ออกแล้ว"
จบคำอวยพรแบบป่วงๆ พี่หมีก็ดึงเจ้าน้องชายตัวแสบเข้ามากอดพร้อมกับตบหลังตบไหล่ซะเจ้ากระต่ายน้อยแทบช้ำ แต่มันก็เป็นเครื่องยืนยันว่าพี่ชายคนนี้รักเขามากขนาดไหน
"เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของนาย...ชั้นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมาหลายปี รู้ใจซะยิ่งกว่าป๊ากะม๊า ตัดสินใจเป็นอย่างดีแล้วที่ซื้อ 'ไอ้นี่' เป็นของขวัญวันเกิดให้นาย"
มือเล็กรีบตะกุยกล่องของขวัญขนาดพอเหมาะอย่างคล่องแคล่ว ด้วยความอยากรู้ว่าไอ้เพื่อนรักที่ถือคติประจำใจเดียวกันมันจะลงทุนซื้ออะไรให้เป็นของขวัญในปีนี้ หลังจากที่ปีที่แล้ว ไอ้เพื่อนตัวแสบซื้อเข็มขัดเส้นยาวมาให้ พร้อมกับบอกว่า 'แกจะได้มีเข็มขัดหลวมๆใส่ซะบ้าง'
ก็บอกแล้วไงว่าคนมันรู้จักใช้เงิน...ไม่ได้ 'งก' ว้อย!!!
แล้วคนตัวเล็กก็ต้องร้องว้าวเป็นครั้งที่สองของวัน เมื่อมือเล็กหยิบเอารองเท้าผ้าใบ adidas สีขาวคาดชมพูรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกล่อง
"แล้วก็ใช้ซะเลยนะ ชั้นสงสารรองเท้าคู่ปัจจุบันของนายมาก จำไม่ได้แล้วว่านายซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอดีว่าเมื่อวันก่อนลูกค้าฝรั่งในร้านเกิดกระเป๋าหนักหรือหน้ามืดก็ไม่รู้ ให้ทิปมาเยอะ ก็เลยไปถอยมาให้ อ่อ...ไม่ต้องกลัวว่ามันจะแพง ชั้นไม่ชอบซื้อของแพง...นายก็รู้"
ถึงแม้เจ้าตัวจะพูดอย่างนั้น แต่ดูจากรุ่นแล้วก็น่าจะสะเทือนกระเป๋าตังค์อยู่ไม่น้อย คนตัวเล็กก็เลยได้แต่กระโดดกอดคอเพื่อนตัวแสบไปมาจนหัวสั่นหัวคอนไปหมด
"อีซองมิน...นายจะฆาตกรรมชั้นรึไง!!!"
"ก็ชั้นดีใจนี่ นานๆทีรยออุคจะซื้อของแพงๆให้ชั้น นายนี่น่ารักที่สุดเลย"
"ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่แพง"
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชั้นก็รักนายที่สุดเลย"
"อีซองมิน!!! นายหยุดกระโดดก่อนได้มั้ย ชั้นจะตายอยู่แล้วนะ"
"ขอโทษๆ แต่ที่ชั้นกระโดดก็เพราะชั้นดีใจนะ"
"ไอ้กระต่ายปัญญาอ่อนเอ๊ย!!!"
"พูดอย่างนี้มาต่อยกันเลยดีกว่า"
"อีซองมิน...ปีนี้ชั้นขอให้นายไม่เจ็บไม่ป่วย นายจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าหมอเยอะ ขอให้นายเรียนจบพร้อมชั้น นายจะได้ไม่ต้องเสียค่าหน่วยกิตเพิ่มอีก แล้วก็ขอให้นายเป็นเพื่อนชั้นตลอดไป เวลาชั้นไม่มีเงินชั้นจะได้ยืมนายไง"
"ไอ้บ้ารยออุค!!! ไม่มีคำอวยพรที่ดีกว่านี้แล้วรึไง"
"แล้วชอบมั้ย"
"ชอบสิ"
แล้วทั้งสองหนุ่มน้อยก็กอดคอกันกระโดดไปมาราวกับเด็กเล็กๆ ทำเอาผู้ร่วมงานอีกสองคนถึงกับหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางติงต๊องของคู่เพื่อนซี้ ที่ชาตินี้ดูท่าจะแยกจากกันไม่ออกจริงๆ
"ชีวอน...ถึงตานายแล้ว ไม่เจ๋งจริงมีเตะนะว้อย"
พี่ใหญ่ของร้านลงทุนข่มขู่เจ้าน้องชังเอาไว้ก่อน ทำไมถึงชังน่ะเหรอ ไม่เห็นจะยาก...ก็มันเป็นคนแย่งความรักจากเจ้าน้องชายตัวแสบของเขาไปตั้งครึ่งนึงนี่นา ฮึ่ย!!!
"หลับตาก่อนสิ...กระต่ายน้อย"
"โอ้กกกกกกกกกกก!!! เลี่ยนว่ะ แฟนใครฟระเนี่ย เอาไปเก็บเลย"
"พี่คังอินนั่นแหล่ะ เสียงดังจริง คนเขาจะสวีทกัน ถึงว่า...ทำไมยังไม่มีแฟนซักที เฮ้ย!!!"
เพียงแค่จบประโยคเท่านั้น กำปั้นใหญ่ๆก็เกือบได้ประเคนใส่หัวกลมๆนั่นถ้าไม่ติดว่าเจ้าตัวเล็กหลบฉากได้ว่องไวเหมือนกับจะรู้ทางกันมานาน
ท่าทางของคนทั้งคู่เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากร่างสูง จนคนตัวเล็กเผลอลืมตาขึ้นมาดู ร้อนถึงรยออุคต้องเข้าไปปิดตาเพื่อนรักแทน
คนตัวสูงหันหลังไปทำอะไรยุกยิกๆอยู่เพียงครู่แล้วค่อยๆเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้คนปิดตาถึงกลับมือสั่นเพราะกำลังกลั้นหัวเราะอย่างสุดตัว
"เปิดตาได้แล้ว"
สิ้นเสียงทุ้มของร่างสูง รยออุคก็รีบวิ่งไปกลั้นหัวเราะอยู่หลังพี่ชายตัวโตที่ตอนนี้ได้แต่ยืนกลั้นอ้วกอยู่หน้าเคาเตอร์
สิ่งแรกที่คนตัวเล็กเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาก็คือ....ชายหนุ่มธรรมดาๆคนหนึ่ง สวมเสื้อถักไหมพรมสีเบจกับกางเกงยีนส์สีเข้มเหมือนทุกๆวันที่เคยเห็นจนชินตา หากแต่เมื่อมองขึ้นไปบนกลุ่มผมนุ่มสีดำขลับ สายตาก็สะดุดเข้ากับโบว์ผูกของขวัญสีแดงประกายกลิตเตอร์
ที่สำคัญ...มันเป็นโบว์สีแดงอันใหญ่มากซะด้วย!!!
"ซองมิน...ของขวัญ 'ชิ้นนี้' ที่ชั้นให้นาย...ชอบมั้ย"
ชายหนุ่มเอ่ยปากถามไปหน้าแดงไป แถมยังยืนบิดไปบิดมาเหมือนเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะเคยสารภาพรักเป็นครั้งแรก ทำเอาทั้งพี่ชายและเพื่อนสนิทของเจ้าของวันเกิดระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจร่างสูงอีกต่อไป
ส่วนคนตัวเล็กน่ะเหรอ....หน้าแดงจนแทบไหม้ไปแล้ว
"ซองมินอา ~ ~ อย่าเงียบสิ...ชั้นก็เขินเป็นน้า"
"ชอบสิ...ชอบมากด้วย"
พูดออกไปก็เขินด้วยกันทั้งคู่ นี่พี่คังอินแอบไปเพิ่มฮีตเตอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
"โอ๊ย!!! เสี่ยวได้อีกเยอะเลยว่ะ รยออุค...ไปเอาโซจูมาแก้เลี่ยนหน่อยดิ๊ ใกล้จะอ้วกอยู่แล้วเนี่ย"
พี่ชายจอมกวนถึงกับทนความเสี่ยวของเจ้าคนหล่อไม่ได้ รยออุคจึงต้องรีบไปเปิดโซจูมาเซ่นพี่ใหญ่ของร้านเป็นการด่วน
ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ 'คนรัก' แล้วค่อยๆเอื้อมมือไปดึงโบว์ที่ติดอยู่บนหัวของร่างสูงออก หลังจากนั้นมือน้อยก็ดึงเสื้อของร่างสูงเหมือนกับจะรั้งให้ค้อมตัวลงมาหา ซึ่งชีวอนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ร่างเล็กค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้...จนเกือบถึงใบหู แล้วกระซิบ 'บางอย่าง' แผ่วเบา
'บางอย่าง' ที่ทำเอาร่างสูงแทบหยุดหายใจ
"รับ 'ของ' มาแล้ว...ชั้นไม่ให้คืนหรอกนะ"
เมื่อรู้ตัวว่าโดนคนตัวเล็กแกล้งยั่วให้เขิน มีเหรอที่ผู้ชายอย่างเชวชีวอนจะยอมเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อร่างนิ่มอยู่ใกล้เพียงแค่ลมหายใจกั้น อ้อมแขนแกร่งก็โอบเอวร่างเล็กให้เข้ามาชิดมากยิ่งขึ้น จนริมฝีปากเรียวอยู่ชิดกับใบหูเล็กของคนเก่งที่กำลังสั่นอยู่ในอ้อมกอดของเขา
"ซองมินไม่จำเป็นต้องคืน...ทั้ง 'ตัว' และ 'หัวใจ' "
เพียงแค่ประโยคเดียวที่กระซิบอยู่ข้างหู ทำเอาซองมินถึงกับยืนไม่อยู่ ถ้าไม่ได้อ้อมแขนของ 'คนรัก' รั้งเอาไว้ ป่านนี้คงลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นให้ได้อายทั้งพี่ทั้งเพื่อนไปแล้ว
"เอ้า!!! จะหวานกันอีกนานมั้ย พวกกรูอยู่ตรงนี้ตั้งสองคนนะเฟร้ย เห็นใจกันหน่อย มาๆ...มากินส่วนที่เหลือให้หมดๆกัน ไอ้ตัวเล็ก...มานั่งตรงนี้กับพี่ดีกว่า คนไม่มีแฟนมันก็ต้องมานั่งซดโซจูสิ...ถึงจะถูก"
คังอินเกิดอาการ 'อิจฉา' ขึ้นมาจนต้องตะโกนเบรกความหวานตรงหน้าพร้อมๆกับกรอกโซจูเข้าปากไปด้วย
รยออุคได้แต่ส่ายหน้ากับอาการ 'กรึ่มๆ' ของพี่ชายตัวเอง กระดกแก้วทีไรเป็นอย่างนี้ทุกที...เฮ้อ ~ ~
แล้วเสียงพูดคุยรอบวงของทั้งสี่หนุ่มก็ดังขึ้นมาอีกระรอกหนึ่ง
.
.
"นี่นายคิดจะหลอกชั้นอีกแล้วรึไงนะ...เชวชีวอน"
ร่างเล็กพูดพรึมพำราวกับจะบ่นกับตัวเองมากกว่าที่จะไปต่อว่าร่างสูง
เขาไม่มั่นใจในคำพูดของชายหนุ่มซักเท่าไหร่ เพราะนั่นอาจจะเป็นแค่คำพูดสนุกปากที่อยากแกล้งเขาเฉยๆเท่านั้น
ก็เขามี 'ตัวจริง' อยู่แล้วนี่นา จะมาคิดจริงจังอะไรกับผู้ชายธรรมดาๆอย่างเขามากมาย
เขารู้...ชีวอนแค่อยากได้ 'ใครซักคน' เข้ามา 'คั่นเวลา'...ก็เท่านั้นเอง
"โอ๊ย!!!"
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ จนมือบางเผลอลงแรงไปที่มือที่กำลังล้างจานอยู่ในอ่างแสตนเลส
ความแรงของน้ำหนักมือที่ลงไปนั้น ทำให้มือบางไปแฉลบโดนเอามีดเล็กคมที่วางอยู่บนขอบอ่างจนเลือดซิบ
เสียงร้องของร่างบางในครัวดึงความสนใจของร่างสูงที่ยืนเก็บของอยู่ใกล้ครัวที่สุดให้รีบวิ่งเข้าไปดู
เพียงแค่ชายหนุ่มเห็นคนตัวเล็กกำลังบีบนิ้วที่เต็มไปด้วยเลือด หัวใจที่เต้นแรงก็ปวดหนึบขึ้นมาทันที
ถึงแม้จะเป็นแค่มีดบาด หากแต่เป็นคนตรงหน้า...ก็ทำให้เขาเจ็บปวดได้เหมือนกัน
ร่างสูงรีบถลันเข้าไปจับมือเล็กขึ้นสำรวจบาดแผล แล้วจับมือน้อยนั่นล้างน้ำสะอาดทันที
"โอ๊ย!!! ชีวอน มันแสบ!!!"
"อยู่เฉยๆก่อนน่าซองมิน เดี๋ยวแผลก็ติดเชื้อหรอก รยออุค...พี่คังอิน...ใครอยู่ใกล้ๆบ้างขอกล่องยาหน่อยครับ"
ชีวอนพยายามบังคับให้คนตัวเล็กหยุดดิ้นโดยการเข้าไปยืนซ้อนหลังแล้วจับมือที่มีบาดแผลล้างน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กก็ยังไม่หยุดดิ้นเพราะความเจ็บปวดซักที
ไม่นานรยออุคและพี่คังอินก็วิ่งเข้ามาหลังครัวพร้อมกับกล่องยา พี่ชายใจดีของร้านพยายามจะถามถึงอาการจากน้องชาย หากแต่คนตัวเล็กก็ทำได้แต่ซี๊ดปากเพราะแสบแผล ส่วนเพื่อนตัวเล็กของซองมินก็อาสาจะทำแผลให้เพื่อนรัก แต่ชีวอนก็ออกปากว่าจะทำแผลให้คนตัวเล็กนี่เอง เพราะช่วงที่เขาเข้ามาทำงานในครัวใหม่ๆก็ได้แผลอย่างนี้ประจำ จนต้องเดือดร้อน 'เพื่อนร่วมงาน' ให้มาช่วยทำแผลทุกทีไป
ตกลงได้ดังนั้น คิมรยออุคก็ฉุดกระชากลากแขนพี่ชายตัวป่วนให้ออกไปรอข้างนอก เพราะเจ้าตัวตั้งท่าจะทำตัวเป็นมารความสุขของน้องตัวเองอีกครั้ง
เมื่อทำความสะอาดแผล ใส่ยาให้เสร็จสรรพก็จัดการปิดปากแผลด้วยพลาสเตอร์สีชมพูที่คนตัวเล็กเป็นคนซื้อไว้ติดร้าน มือใหญ่ค่อยๆตรวจดูความเรียบร้อยของ 'งาน' อีกครั้ง ก่อนที่จะบรรจงจูบลงไปบนพลาสเตอร์นั้น ทำเอาคนตัวเล็กต้องแกล้งเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก 'บางอย่าง' ที่กำลังจะเอ่อล้นขึ้นมาทางขอบตาร้อนผ่าว
"ไปทำอีท่าไหนมีดมันถึงเฉือนมือได้ล่ะ ฮึ...กระต่ายน้อย"
ดวงตาเรียวลอบมองซีกหน้าด้านข้างของ 'คนรัก' ที่ไม่คิดจะหันมามองคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย นี่เขาทำอะไรให้คนตัวเล็กนี่โกรธอีกเหรอ
"ก็...แค่คิดอะไร...นิดหน่อย"
ร่างเล็กเอ่ยบอกเสียงแผ่วสั่น หากเพียงแค่นั้นก็ทำเอาหัวใจของร่างสูงเจ็บเสียดขึ้นทันที
"บอกชั้นหน่อยได้มั้ย...ซองมิน"
รวบเอามือเล็กทั้งสองข้างมากุมไว้ เหมือนจะสื่อให้คนตรงหน้ารู้ว่าเขายังคงอยู่ตรงนี้...ไม่ได้หายไปไหน
"นายพูดจริงๆเหรอชีวอน ที่ว่า...ให้แล้ว...จะไม่รับคืน"
น้ำเสียงหวานที่เจือรอยสะอื้นของร่างเล็ก ยิ่งทำให้ก้อนเนื้อที่เรียกว่า 'หัวใจ' ของชายหนุ่มเจ็บร้าวไปทั้งดวง
"แล้วทำไม...ชั้นต้องโกหกซองมินด้วยล่ะ...หื้อ ~ ~"
"แล้วถ้าถึง 'วันนั้น' ล่ะ...นายจะเอามันคืนไป...ใช่มั้ย"
"ซองมิน...เราสัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้ก็คือวันนี้ไง ไม่เอาแล้ว ไม่คิดแล้วน้า...คนดี เอางี้...ค่อยๆหลับตานะ...แล้วชั้นจะเสกให้ซองมินกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเลย"
ร่างเล็กเผลอยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินประโยคหลอกเด็กของร่างสูง หากแต่ก็ยอมทำตามที่ชายหนุ่มบอกทุกอย่าง
ถ้าสิ่งที่ 'คนรัก' ของเขาจะทำต่อไปนี้ มันทำให้เขามีความสุขได้จริงๆล่ะก็ จากนี้ต่อไป...อีซองมินก็จะไม่คิดถึงวันข้างหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกแล้ว
เมื่อคนตัวเล็กค่อยๆปิดเปลือกตาลง มือใหญ่ก็หยิบเอาถุงผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกง เทเอาสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาวางไว้ในมือ หลังจากนั้น...
อีซองมินรู้สึกเย็นวาบที่ข้อมือข้างขวาจนต้องเผลอลืมตาขึ้นมาดูให้รู้ว่า 'สิ่งแปลกปลอม' นี้คืออะไร
แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้ว แสงสะท้อนจากสร้อยข้อมือสีเงินยวงดีไซน์เรียบแต่เก๋ กลับทำให้ดวงตาคู่สวยเต็มตื้นไปด้วยหยาดน้ำอุ่นที่เอ่อรื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
น้ำตาของ 'คนรัก' ที่กำลังทิ้งรอยผ่านแก้มใส ทำเอาชายหนุ่มถึงกับอึ้งไป เพราะตั้งแต่เริ่มรู้จักคนตัวเล็กมา ไม่เคยเลยซักครั้งที่เขาจะได้เห็นน้ำตาของเจ้ากระต่ายน้อยอย่างวันนี้ นี่เขาทำอะไรพลาดไปรึเปล่า
"ซองมิน...ร้องไห้ทำไม ไม่มีความสุขเหรอ ชั้นทำให้ซองมินมีความสุขไม่ได้ใช่มั้ย ขอโทษ...ซองมิน...ชั้นขอโทษ"
ร่างสูงรวบตัว 'คนรัก' เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอุ่น หากแต่คนตัวเล็กได้แต่ส่ายหัวไปมาราวกับว่าจะปฏิเสธคำพูดทั้งหมดที่ชายหนุ่มได้พูดมา
ซองมินค่อยๆผลักอกแกร่งนั้นให้ออกห่าง ร่างสูงจึงใช้นิ้วเรียวไล้เช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา
เขารู้...ซองมินไม่ได้ผลักไส หากแต่คงมีอะไรอยากจะบอกกับเขามากกว่า
"ชีวอน...นายทำได้อย่างที่พูดจริงๆ นายทำให้ชั้นกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกได้จริงๆ"
เพียงแค่นี้แหล่ะ...ที่ผู้ชายชื่อเชวชีวอนอยากจะได้ยิน
แค่เพียงคนที่เขา 'รัก' มีความสุข...แล้วเขายังจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกเหรอ
"งั้น...คืนนี้...ค้างที่บ้านชั้นนะ...ซองมิน"
"อื้อ"
.
.
"ทำไมนายถึงเลือกซื้อสร้อยข้อมือให้ชั้นล่ะ...ชีวอน"
คนตัวเล็กในอ้อมกอดเอ่ยถามคนตัวสูงเสียงใส นี่กระต่ายน้อยของเขาเกิดอยากจะรู้เรื่องพวกนี้ตอนกำลังดูข่าวเศรษฐกิจเนี่ยนะ...ให้ตายสิ
"ไม่ชอบเหรอ...กระต่ายน้อย"
"ชอบสิ มันน่ารักมากๆเลย แต่...มันก็แพงมากด้วย ก็เลยอยากรู้ว่าทำไมถึงเลือกซื้อสร้อยข้อมือให้ แทนที่จะเป็น 'แหวน' อย่างที่คู่อื่นเขาก็ซื้อให้กัน แถมราคาก็เท่ากันด้วย"
คนในอ้อมกอดทำปากยื่นน้อยๆเมื่อพูดถึงของขวัญที่เขาเพิ่งให้ไปเมื่อตอนหัวค่ำ แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับจะหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อคนตัวเล็กพูดไปถึง 'แหวน'
หรือว่า...คนตัวเล็กนี่จะเห็น!!!
"อยากได้แหวนมากกว่ารึไง ถ้าไม่ชอบสร้อยนั่นก็เอาคืนมาเลย"
"จ้างให้ก็ไม่คืนหรอก นายน่ะ...หลวมตัวซื้อมาให้ชั้นเองนะ ถึงชั้นจะไม่ชอบมัน แต่ถ้าเกิดวันไหนชั้นถังแตกขึ้นมา ชั้นก็ยังเอาไปขายได้ นายนี่มันฉลาดจริงๆเลยน้า...เชวชีวอน"
"ซองมิน...ไม่ชอบมันจริงๆเหรอ"
ตกลงว่าคนตัวเล็กไม่ชอบสร้อยข้อมือที่เขาอุตส่าห์เก็บเงินค่าแรงมาซื้อให้จริงๆเหรอเนี่ย คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจแฮะ
"ชีวอน...ชั้นอยากให้นายรู้ไว้นะ ถึงนายจะหยิบก้อนหินข้างถนนมาให้ชั้น ชั้นก็จะเก็บไว้อย่างดี เผอิญว่าชั้นพูดหวานๆไม่เก่ง หวังว่านายคงจะเข้าใจมันนะ"
ว่าแล้วเจ้ากระต่ายน้อยตัวซนก็ส่งยิ้มทั้งตา...ทั้งใจให้ร่างสูงที่ตอนนี้ได้แต่ยกยิ้มพอใจ ดวงตาคมทอดมองใบหน้าหวานอย่างมีความหมาย
"ซองมิน...ชั้น...จูบ...ได้มั้ย"
ไม่มีเสียงตอบรับ หากแต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้คิดจะเอ่ยปฏิเสธออกมา
เมื่อถึงเวลาอันสมควร...ซองมินก็จะบอกกับเขาเอง ถึงแม้ในตอนนี้ร่างเล็กจะไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด หากแต่ภาษากายที่สื่อให้เขาได้รับรู้ มันบอกกับเขาว่า...เวลานั้นมาถึงแล้ว
เวลา...ที่อีซองมินจะเปิดใจรับเชวชีวอนอย่างเต็มที่...เต็มหัวใจ
มือใหญ่ค่อยๆเชยคางมนให้เงยขึ้นมาสบตา ใบหน้าหวานระเรื่อสีขึ้นดูช่างดึงดูดให้สัมผัส ริมฝีปากเรียวปากช่างยั่วเย้าให้ลิ้มลอง อีกเพียงแค่ลมหายใจกั้น...เขาก็จะได้ครอบครองเป็นเจ้าของริมฝีปากคนในอ้อมกอดนี้โดยสมบูรณ์
อีซองมิน...ชั้นรักนายจนจะบ้าตายอยู่แล้วนะ
กริ๊ง ~ ~ ~ ~ ~
กริ๊ง ~ ~ ~ ~ ~
โทรศัพท์ในห้องนอนของร่างสูงแผดเสียงขึ้นท่ามกลางอาการตกใจของคนทั้งคู่ ร่างสูงบอกให้คนตัวเล็กรออยู่ที่โซฟากลางบ้านเหมือนเคยแล้วจึงรีบวิ่งไปรับโทรศัพท์
หากแต่ซองมินก็รู้ว่าปลายสายนั้นคือ 'ใคร'
'ใคร' คนที่ซองมินนึกอิจฉาอยู่ตลอดเวลาว่าเขาคือ 'ตัวจริง'
'ใคร' คนที่ซองมินรู้สึกผิดต่อเขาตลอดเวลาที่มีความสุขอยู่กับ 'คนรัก'
ร่างเล็กตัดสินใจค่อยๆเปิดประตูบ้านหลังอุ่น เดินออกไปท่ามกลางความหนาวเย็นที่ตอนนี้มันแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ
ที่นี่แหล่ะ...คือที่ที่เหมาะกับเขามากกว่าบ้านหลังนั้น
อีซองมิน...ไม่สมควรจะได้รับความอบอุ่นจากผู้ชายที่มี 'ตัวจริง' อยู่ก่อนแล้ว
นายมันโง่ซองมิน...นายมันโง่
แต่แล้วอยู่ๆความอบอุ่นก็แผ่ซ่านจากด้านหลัง...จากอ้อมกอดอุ่นของใครบางคนที่คงจะวิ่งตามเขาออกมาทั้งๆที่ไม่ได้ใส่เสื้อโค้ทกันหนาวซักตัว
นายรู้ตัวบ้างมั้ย ว่านายกำลังทำให้ใครบางคนถลำลึกลงไปในความรักของนายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
นายรู้ตัวบ้างมั้ย...ชีวอน
"เดินออกมาทำไมตอนนี้...ซองมิน บอกชั้นหน่อยสิ นายเดินออกมาทำไม"
เสียงทุ้มที่กำลังสั่นสะท้าน ดังก้องอยู่ใกล้ๆหูของเขา ถ้าหากหูไม่ได้ฝาดไป...เขาแอบได้ยินเสียงสะอื้น!!!
หรือว่า...ชีวอนกำลังร้องไห้!!!
"ชั้นก็แค่...ออกมาเดินเล่นน่ะ"
"ทีหลังอย่าออกมาโดยไม่บอกอย่างนี้อีก...รู้มั้ย ชั้นแทบเป็นบ้าตอนที่ตะโกนหาซองมินทั่วบ้าน...แต่ไม่มีแม้แต่เสียงตอบกลับมา ซองมิน...ชั้นกลัว ชั้นกลัวจะเสียนายไป"
ตอนนี้ร่างสูงกำลังสะอื้นจนตัวโยนทั้งๆที่ยังคงกอดเขาเอาไว้
ชีวอน...นายไม่ได้กำลังแสดงละครอยู่ใช่มั้ย นายไม่ได้กำลังโกหกชั้นอยู่ใช่รึเปล่า
"ไหนซองมินบอกว่าจะไม่หึง ไม่หวงชั้นไง ซองมินเป็นคนให้สัญญาเองไม่ใช่เหรอ"
ชีวอน...นายรู้มั้ย ชั้นไม่ได้หึง ชั้นไม่ได้หวงนาย
ชั้นก็เพียงแค่...ทนดูนายคุยกับ 'เขา' ไม่ได้...เท่านั้นเอง
"ซองมิน...กลับเข้าบ้านกันนะ กลับ 'บ้านเรา' กันนะ"
ถึงแม้ผมจะไม่ได้พูดอะไรออกไป แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธแรงดึงน้อยๆของมือใหญ่ที่กำลังจับจูงให้ผมกลับไปเจ็บปวดอีกครั้ง
เพียงแค่คนๆนี้จะเอ่ยปากขอ...ผมก็ให้เขาได้หมดทุกอย่างจริงๆ
สำหรับเขา...ผมอาจเป็นแค่ 'คนคั่นเวลา'
แต่สำหรับผม...เขาคือ 'ความรัก' ไม่ใช่ 'ความผิดพลาด'
อาจคิดเอาเองว่าไม่ใช่รัก อาจคิดว่าฉันคงเพียงแค่เหงา
เธอคิดว่าฉันต้องการ แค่ใครสักคน...คั่นเวลา
ต่างรู้ว่าควรวางตัวยังไง แต่รักก็ทำให้เราพลาดไป
กลับเผลอให้รักหมดใจ ไม่ควรเกินเลย...ต่างก็รู้
.
.
.
[TBC]
Talk ::::
กว่าจะแต่งตอนนี้ออกมาได้ เหนื่อยแทบขาดใจ (ต้องคอยหลบเลี่ยงพี่ที่ทำงาน เหมือนโดนสายตาทิ่มแทงอยูข้างหลังทุกวัน เหอๆๆๆ)
กำลังสงสัยอยู่ว่าคนอ่านหลับไปกันรึยัง ส่วนเรา...หลับแล้วหลับอีก เพราะมานยาวมั่กกกกกกก งงตัวเองเหมือนกัน ช่วงนี้เป็นอะไรไป แต่งยาวๆทั้งนั้นเลย บ้าไปแล้ว
นั่งดิทมาจะชั่วโมงแล้ว ก็ไม่มีอะไรจะพูดมาก หวังว่าตอนหน้าคงจบ...มั้ง???(จบสิ ต้องจบ)
ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ถ้าเกิดไม่พอใจตรงไหนก็ต้องขออภัยด้วยค่า ข้าพเจ้าจนปัญญาจริงๆ ที่ยังดื้อ(ด้าน)แต่งก็เพราะกำลังใจและความชอบส่วนตัวแท้ๆ
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ
ปอลอย KyuMin...Fighting!!! (เกี่ยว???)
ปอลอย2 ว่ างๆจะมาอัพเรื่องของตัวเองบ้าง อัพเรื่องเด็กๆในสังกัดมาเยอะแล้ว ถ้าฟิคออกช้า อย่าว่ากันเลยนะ
edit @ 9 Jan 2008 07:03:25 by i_love_YooChun